กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล, กก.สส.บก.น.7 และชุดปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 บุกรวบตัวนายอัศวิน หรือเอก บุญเมือง อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดชุมพร บุคคลตามหมายจับตามภาพ ที่ใช้ปืนก่อเหตุปล้นทองออโร่ร่า สาขาตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ เมื่อค่ำวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา โดยกวาดทองไปน้ำหนักรวมกว่า 179 บาท มูลค่า 4,060,000 บาท และเงินสดอีก 40,000 บาท ได้ที่โรงแรมอลิซโฮเต็ล เลขที่ 18 ถนนงามวงศ์วาน ตำบลบางเขน อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี พร้อมกับผู้ต้องสงสัยเป็นชาย 3 คน และหญิง 2 คน เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 8 กันยายน มีรายงานความคืบหน้าภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัว 6 ผู้ต้องสงสัยไปสอบปากคำที่ กก.สส.บก.น.7 ว่า เบื้องต้นนายอัศวินยังคงปากแข็งไม่ยอมให้การใดๆ กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งตลอดทั้งคืนนี้จะต้องแยกสอบปากคำผู้ต้องสงสัยทั้งหมด 6 คน เป็น ชาย 4 และหญิงอีก 2 เพื่อซักถามว่าแต่ละราย มีความเกี่ยวข้องกับคดีปล้นทองหรือไม่ และแบ่งหน้าที่กันทำอย่างไร รวมถึงต้องตรวจสอบประวัติอาชกรรมของผู้ต้องสงสัยทั้งหมด แต่เบื้องต้นมีความเป็นไปได้ว่า 1 ใน 2 ของหญิงต้องสงสัย อาจให้การช่วยเหลือกับนายอัศวิน ก่อเหตุปล้นทองดังกล่าว ซึ่งภายในวันพรุ่งนี้ (9 กันยายน) ตำรวจจะเชิญพยานที่เกิดเหตุมาสอบปากคำเพื่อยืนยันตัวบุคคลว่า นายอัศวินเป็นคนที่ก่อเหตุปล้นร้านทองหรือไม่ และต้องให้ร้านทองมายืนยันว่าทองของกลางยึดกลับมาได้นั้น เป็นของร้านหรือไม่ ซึ่งจะต้องรอผลตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอมาประกอบกัน เพื่อมัดตัวคนผิดให้ได้ อันเป็นข้อสั่งกำชับของผู้บังคับบัญชา โดยทาง พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น.จะเป็นผู้ให้ข่าวครั้งต่อไป
อย่างไรก็ตาม สำหรับการแจ้งข้อหาก็จะพิจารณาแจ้งเพิ่มเติมฐานขัดขืนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน เนื่องจากระหว่างจับกุม นายอัศวินได้ใช้อาวุธปืนยิงภายในห้อง
ทั้งนี้ แนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ยังพบว่า โรงแรมดังกล่าวที่ผู้ต้องสงสัยถูกจับกุมนั้น ถูกใช้เป็นสถานที่นัดพบ โดยนับแต่วันเกิดเหตุวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา คนร้ายได้เปลี่ยนที่พักพิงไม่เป็นหลักแหล่งมาตลอด กระทั่งถูกตามจับในที่สุด

