เมื่อวันที่ 9 กันยายน ที่ร้านทองออโรร่า สาขาตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รอง ผบช.น. พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา ผบก.น.7 พ.ต.อ.สุวัฒน์ เกิดแก้ว รอง ผบก.น.7 พ.ต.อ.ปัญญา กุลไทย ผกก.สส.บก.น.7และ พ.ต.อ.วีรศักดิ์ กลั่นเกิด ผกก.สน.บางพลัด ควบคุมตัวนายอัศวิน หรือเอก บุญเมือง อายุ 44 ปี ชาว จ.ชุมพร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชัน ลงวันที่ 6 กันยายน 2562 กระทำผิดฐาน ชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อหลบหนี พร้อมของกลางทองรูปพรรณน้ำหนักประมาณ 97 บาท เงินสด 13,000 บาท อาวุธปืนขนาด 11 มม. 1 กระบอกและเครื่องกระสุนปืน 5 นัด สิ่งเทียมอาวุธปืน 1 กระบอกรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า และเสื้อผ้าที่สวมใส่วันก่อเหตุ ซึ่งถูกจับกุมได้ที่โรงแรมอลิซ ซอยงามวงศ์วาน 18 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านทองดังกล่าว
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวว่าสอบถามนายอัศวิน ผู้ต้องหารับว่าก่อเหตุจริง ซึ่งคนร้ายเดินทางมาดูลาดเลาที่ร้านทองก่อนที่วันก่อเหตุ จะขี่จักรยานยนต์พาผู้หญิงคนหนึ่งมานั่งกินอาหารที่ร้านชาบู ห้างดังกล่าวและส่งผู้หญิงกลับไป จากนั้นจึงเข้าไปก่อเหตุปล้นทองโดยใช้ปืนจี้และถือกระดาษขู่พนักงาน พร้อมกวาดทองก่อนขี่รถจยย.หลบหนีกลับมาที่บ้านพักย่านหัวลำโพง เพื่อถอดเสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุทิ้งไว้หน้าบ้าน และให้ลูกน้องนำรถจักรยานยนต์ไปทิ้งที่ตลาดคลองเตยพร้อมนำทองไปแลกกับยาเสพติด ก่อนจะนัดพบกันที่โรงแรมดังกล่าว
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวต่อผู้ต้องหาอ้างว่ามีแผนจะนำทองที่ปล้นมาได้ไปใช้หนี้สินและแลกกับยาเสพติด โดยจะนำทองบางส่วนไปหลอมเพื่อขายเป็นเงินและนำไปซื้อยาเสพติด ซึ่งตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ ยังอยู่ระหว่างขยายผลเพิ่มเติมอีกครั้ง เนื่องจากนายอัศวิน มีประวัติคดีค้ายาเสพติดที่ จ.ชุมพร แต่เป็นเพียงผู้ค้ารายย่อย สำหรับการก่อเหตุครั้งนี้ ผู้ต้องหารับว่าทำเป็นครั้งแรก และปฎิเสธว่าลงมือก่อเหตุคนเดียว ไม่ได้ร่วมวางแผนกันกับพวกที่เหลืออีก 5 คน ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมที่โรงแรม พบว่ากลุ่มของผู้ต้องหากำลังปาร์ตี้ยาเสพติดกันอยู่ แต่เมื่อตรวจปัสสาวะนายอัศวิน พบว่าไม่มีสีม่วงจึงไม่ได้แจ้งข้อหายาเสพติด โดยจะสอบปากคำบุคคลอื่นที่ถูกจับกุมอย่างละเอียดอีกครั้ง และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

