สธ.ชูระบบจัดการคิวอัจฉริยะ นำร่อง “รพ.ราชวิถี” การันตีได้ตรวจภายใน 60 นาที

10.09.19 | 14:19 น.

เมื่อวันที่ 10 กันยายน นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนไทยเพิ่มมากขึ้น สธ.มีโรงพยาบาลที่ให้บริการรักษาโรคทั่วไปและโรคเฉพาะทางแก่ประชาชนอยู่ทั่วประเทศ จึงได้เดินหน้าสู่ดิจิทัล ฮอสปิตัล (Digital Hospital) โดยยึดหลักส่งเสริม ป้องกัน รักษาและฟื้นฟูภาวะความเจ็บป่วย สิ่งสำคัญ คือ เร่งดำเนินการนำเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการแพทย์มาปรับใช้กับระบบการทำงานของโรงพยาบาลให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อเป้าหมายลดระยะเวลาการรอคอย ลดความแออัดในโรงพยาบาล และลดอัตราการเสียชีวิต

นายสาธิต กล่าวว่า จากนโยบายข้างต้น จึงนำร่องที่โรงพยาบาล (รพ.) ราชวิถี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในสังกัด สธ. และเปิดให้บริการประชาชนมากว่า 66 ปี จากสถิติที่ผ่านมามีผู้ป่วยนอกมารับบริการทางการแพทย์มากกว่า 1,000,000 รายต่อปี หรือประมาณ 5,400 รายต่อวัน ในแต่ละวันพบว่ามีความแออัดของผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก สร้างความไม่สะดวกแก่ผู้รับบริการเป็นอย่างยิ่ง จึงนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับใช้สำหรับบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขแก่ประชาชน คือ “ระบบจัดการคิวอัจฉริยะ” (QueQ Application) โดยจะเป็นระบบเรียกคิวผ่านแอพพลิเคชั่นสมาร์ทโฟน ซึ่งทำให้ผู้รับบริการได้รับความสะดวกเป็นอย่างมาก และสามารถเข้าพบแพทย์ได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ไม่เกิน 60 นาที

ด้าน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ สธ.กล่าวว่า ระบบจัดการคิวอัจฉริยะ (QueQ Application) เป็นระบบจัดการคิวซึ่งสามารถจองคิวพบแพทย์ผ่านแอพพลิเคชั่นจากที่บ้าน ผู้ป่วยสามารถรู้ระยะเวลาการรอคอยของตนเองได้ตลอดเวลาผ่านโทรศัพท์มือถือ แม้ไม่อยู่ในพื้นที่ของโรงพยาบาล จากนั้นระบบจะเตือนผ่านทางโทรศัพท์แจ้งลำดับคิวในการเข้าพบแพทย์ ทำให้คนไข้สามารถบริหารจัดการเวลาระหว่างรอให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น มีคนไข้บางรายชมภาพยนตร์รอ คนไข้บางรายเดินห้างสรรพสินค้ารอ หรือคนไข้บางรายมารับคิวก่อนแล้วกลับไปทำงานก่อนมาพบแพทย์อีกครั้ง เป็นต้น

Advertisement

“สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่ไม่ได้ใช้สมาร์ทโฟน รพ.ราชวิถีได้ติดตั้งตู้อัจฉริยะ (Self Check KIOSK) เพื่อนำ QR-code มาสแกนได้เช่นกัน โดยทุกตู้จะมีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ป่วย ระบบจัดการคิวอัจฉริยะนี้ได้เปิดให้บริการเต็มรูปแบบที่แผนกผู้ป่วยนอกศัลยกรรม และขยายไปยังผู้ป่วยนอกของแผนกอายุรกรรม เวชศาสตร์ครอบครัว ศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ ตลอดจนห้องยา และการเงิน หากได้ผลดีจะขยายระบบไปยังห้องตรวจอื่นๆ ต่อไป ซึ่งสามารถลดความแออัดในโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นพ.สมศักดิ์ กล่าว