กรมควบคุมโรคส่ง จนท.ติดตาม-ตรวจสอบเคส ‘หญิง 17 ปี’ ตายด้วยโรค ‘ไข้เลือดออก’

13.09.19 | 17:14 น.

วันที่ 13 กันยายน นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีมีรายงานข่าวหญิงอายุ 17 ปี ใน จ.เพชรบูรณ์ เสียชีวิตด้วยโรคไข้เลือดออก ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่า แพทย์ที่ให้การรักษาระบุสาเหตุการเสียชีวิตด้วยโรคไข้เลือดออก และขณะนี้อยู่ระหว่างการส่งตัวอย่างไปตรวจทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) เพื่อยืนยันสายพันธุ์ของไข้เลือดออก ที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 จ.พิษณุโลก ต่อไป

นพ.อัษฎางค์ กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดทั้งในส่วนกลาง ได้แก่ กองโรคติดต่อนำโดยแมลง และกองระบาดวิทยา ติดตามและตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อเตรียมดำเนินการตามมาตรการต่างๆ อย่างทันท่วงที และมอบหมายให้หน่วยงานในส่วนภูมิภาค ได้แก่ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 จ.พิษณุโลก ซึ่งดูแลพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ติดตาม ตรวจสอบ และส่งทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) ร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่สอบสวนโรคเพิ่มเติม รวมถึงส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจลูกน้ำยุงลายอย่างต่อเนื่อง และดำเนินการให้ความรู้ สื่อสารความเสี่ยง ให้คำแนะนำประชาชนในการป้องกันโรคไข้เลือดออก

นพ.อัษฎางค์ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์โรคไข้เลือดออกของประเทศไทยในหลายพื้นที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากในช่วงนี้มีผู้ป่วยลดลงเหลือประมาณ 3,500 – 3,700 รายต่อสัปดาห์ จากที่เคยพบในช่วงฤดูการระบาดที่พบมากถึง 4,000 – 5,000 รายต่อสัปดาห์ ซึ่งเกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ที่ได้ดำเนินการควบคุมและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชน ชุมชน และหน่วยงานต่างๆ ร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายอย่างเข้มข้นต่อไป เพื่อให้ปลอดภัยจากโรคติดต่อจากยุงลาย โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา โรคไข้ปวดข้อยุงลาย

“หากมีอาการคล้ายไข้หวัด และมีอาการไข้สูงเฉียบพลันในตอนแรก อย่าซื้อยารับประทานเองเพราะอาจทำให้เกิดความยุ่งยากในการรักษาภายหลังและมีโอกาสเสียชีวิตมากขึ้น เพราะยาบางชนิด เช่น ไอบรูโปรเฟน หรือแอสไพริน อาจทำให้เลือดออกในอวัยวะภายในได้ง่ายขึ้น การรักษาในระยะต้นที่มีไข้สูงใน 1-2 วันแรกไม่เป็นอันตรายใดๆ เว้นแต่ในรายที่ไม่ยอมหายหลังจากไข้ลด โดยช่วงไข้ลดมีอาการซึม เบื่ออาหาร ปวดท้อง กระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ชีพจรเต้นเร็วแต่เบา อาจมีเลือดไหล ที่โพรงจมูก อาเจียนเป็นเลือด แสดงว่าเข้าสู่ภาวะช็อก ต้องรีบกลับไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลให้ทันท่วงที ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน โทร.1422” นพ.อัษฎางค์ กล่าว

 

Advertisement