แฉอดีตผู้บริหาร ม.ดัง ตั้ง ‘ศูนย์สุขภาพชุมชน’ หวังเงินอุดหนุน สปสช.หัวละ 3 พัน

16.09.19 | 08:14 น.

เมื่อวันที่ 15 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับการร้องเรียนจากเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ว่า หลังจากมหาวิทยาลัยได้จัดตั้งศูนย์สุขภาพชุมชน (PCU) เพื่อให้บริการดูแลสุขภาพของนักศึกษาและบุคลากรในมหาวิทยาลัย รวมถึงประชาชนในชุมชนรอบมหาวิทยาลัย โดยได้รับเงินสนับสนุนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดำเนินการมาประมาณ 1 ปี ล่าสุดพบว่าในการดำเนินการต่างๆ ของหน่วยงานเกิดความไม่ชอบมาพากลในหลายประเด็น

แหล่งข่าวจากมหาวิทยาลัยดังกล่าว กล่าวว่า การจัดตั้งศูนย์สุขภาพชุมชนนี้ ดำเนินการโดยคณะสาธารณสุขศาสตร์ มีผู้บริหารระดับสูงในคณะเป็นผู้ขับเคลื่อน ซึ่งปัจจุบันได้หมดวาระการบริหารแล้ว เบื้องต้นศูนย์นี้ตั้งเป้าให้เป็นศูนย์บริการระดับปฐมภูมิในลักษณะเดียวกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล (รพ.สต.) โดยมีแนวคิดจะเป็นลูกข่ายของโรงพยาบาล (รพ.) สรรพสิทธิประสงค์ เบื้องต้นได้มีการประชุมร่วมกับคณะพยาบาลศาสตร์ คณะแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก และ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ แต่สุดท้ายเมื่อเห็นจำนวนเงินที่จะได้สมทบจาก สปสช. จึงได้เปลี่ยนเป็นมาดำเนินการเอง ทั้งๆ ที่ไม่มีความพร้อมทั้งในด้านบุคลากร วัสดุ อุปกรณ์ สถานที่ งบประมาณ ทำให้คณะพยาบาลศาสตร์และคณะแพทย์แผนไทยฯ ถอนตัว เพราะการดำเนินงานผิดจากวัตถุประสงค์

“เริ่มแรกมีการเบิกเงินของคณะไปใช้ดำเนินประมาณ 3.5 ล้านบาท อ้างว่าเป็นการยืม แต่ไม่ระบุว่าใช้ทำอะไร หรือจะใช้คืนเมื่อใด มีการบังคับให้นักศึกษาโอนสิทธิการรักษาจาก รพ.สต. ไปอยู่กับพีซียู ด้วยการแลกกับคะแนนหรือใช้เกรดมาเป็นเครื่องต่อรอง เพราะหวังจะได้เงินสนับสนุนจาก สปสช.รายละ 3,000 บาท โดยปัจจุบันมียอดผู้ใช้สิทธกับพีซียูประมาณกว่า 4,000 คน แต่ปรากฎว่าการบริการกลับไม่ครอบคลุม เนื่องจากเมื่อมีการเจ็บป่วยที่รุนแรงเกินขีดความสามารถของพีซียู จะถูกบ่ายเบี่ยงไม่ออกใบส่งต่อให้รับการรักษาที่สถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลซึ่งมีศักยภาพสูงกว่า ที่ผ่านมาเมื่อการเจ็บป่วยถึงขั้นต้องแอดมิดจึงจะยินยอมออกใบส่งต่อให้” แหล่งข่าวรายเดิมกล่าว

แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า ในส่วนของการบริหารงานภายในซีพียู ยังพบว่าบุคลากรไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน ซึ่งไม่เป็นไปตามเกณฑ์ของการตั้งศูนย์บริการสุขภาพชุมชน โดยมีการนำชื่อบุคคลมาใส่ไว้ให้ดูเหมือนทำงาน แต่ไม่มีการปฏิบัติงานจริง อีกทั้งพบว่าทั้งการบริหารงานและการเบิกจ่ายเงินต่างๆ ขึ้นตรงกับผู้บริหารคนดังกล่าวเพียงคนเดียว โดยไม่มีการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายตามระบบบัญชีแต่อย่างใด ที่สำคัญพบว่ามีการเบิกจ่ายเงินให้กับโรงพยาบาลที่รับการส่งต่อล่าช้า จนถูกโรงพยาบาลเหล่านั้นทวงถาม ซึ่งทำให้คณะสาธารณสุขศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเสื่อมเสียชื่อเสียง

แหล่งข่าว กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังพบว่าการจัดซื้อวัสดุครุภัณฑ์ หรืออุปกรณ์ต่างๆ ในพีซียู ร้อยละ 90 เป็นการจัดซื้อในร้านคู่ค้า 2 ราย ที่มีความสัมพันธ์กับผู้บริหารคนดังกล่าว อีกทั้งมีการบังคับเจ้าหน้าที่และบุคลากรลงชื่อรับของที่จัดซื้อโดยไม่มีของให้เห็น หรือมีของแต่ไม่ตรงสเปกด้วย

Advertisement

“จากความไม่ชอบมาพากลนี้ ล่าสุด ทราบว่ามีบุคลากรบางคนที่รับไม่ได้กับพฤติกรรมดังกล่าวได้เข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.อุบลราชธานี แล้ว แต่ ป.ป.ช.ได้มีการส่งเรื่องกลับให้มหาวิทยาลัยตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนกันเอง โดยสั่งให้ตรวจสอบเรื่องธรรมาภิบาล และการบริการงานของผู้บริหารรายดังกล่าว จึงกังวลว่าปัญหาทั้งหมดนี้จะไม่ได้รับการแก้ไข” แหล่งข่าวรายเดิม กล่าว