เมื่อวันที่ 16 กันยายน พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(ผบช.ปส.) กล่าวถึงการขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญทั้งในกรณีกรมศุลกากรนิวซีแลนด์ตรวจยึดไอซ์ซุกซ่อนในมอเตอร์ไฟฟ้าที่ลำเลียงผ่านคอนเทนเนอร์ รวม 469 กิโลกรัม จับกุมชาวต่างชาติได้ 3 ราย และไอซ์น้ำหนักประมาณ 1,000 กิโลกรัม มูลค่ามากกว่า 2 พันล้านบาท ซ่อนอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์สินค้าประเภทรองเท้า จับกุมชาวจีน 2 ราย และชาวไทย 2 ราย รวมถึงคดีเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ตรวจยึดกรดไฮโดรคลอริกกว่า 25 ตัน ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งจะถูกนำมาใช้เป็นสารตั้งต้นผลิตยาเสพติด จับกุมชาวเมียนมาได้ 6 ราย ซึ่งทั้งหมดมีต้นทางขนส่งมาจากประเทศไทยว่า
เบื้องต้นคดีทั้งหมดยังไม่มีรายงานความเชื่อมโยงถึงกัน และขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ออกหมายจับบุคคลในขบวนการข้างต้นเพิ่มเติม ซึ่งกำลังเร่งขยายผลสืบหาต้นทางยาเสพติดของกลุ่มนี้ว่ามาจากแหล่งใด และมีผู้ใดเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง เพราะขบวนการดังกล่าวคงต้องมีคนไทยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทั้งนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้จัดประชุมติดตามคดีเครือข่ายยาเสพติดร่วมกับหน่วยงานหลายฝ่าย ซึ่งได้แจกแจงหน้าที่รับผิดชอบกันแต่ละส่วน โดยสัปดาห์นี้ก็จะประชุมติดตามผลอีกครั้ง ส่วนคดีที่ตรวจยึดกรดไฮโดรคลอริกที่นำมาใช้เป็นสารตั้งต้นผลิตยาเสพติดนั้น เป็นพฤติกรรมที่ปกติจะไม่ค่อยได้พบเจอมาเจอมานานมากแล้ว ยืนยันว่าประเทศไทยไม่ใช่ และไม่มีฐานการผลิตยาเสพติดตามที่เป็นข่าว แต่จะถูกใช้เป็นเส้นทางลำเลียงของกลุ่มผู้ค้ายาต่างๆ
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับคดีที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ตรวจยึดไอซ์ซุกซ่อนในมอเตอร์ไฟฟ้าที่ลำเลียงผ่านคอนเทนเนอร์ รวม 469 กิโลกรัม ในประเทศนิวซีแลนด์นั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมขอศาลอนุมัติออกหมายจับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งการข่าวพบว่ามีความเชื่อมโยงกับคดียาเสพติดในหลายประเทศ และมีสถานะเป็น “ลูกครึ่ง” แต่ยังไม่ชี้ชัดว่าสัญชาติใด ซึ่งในรายละเอียดอื่น ทางการนิวซีแลนด์ได้ขอสงวนไว้
ข่าวแจ้งว่า เครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติที่พบจะมี 2 กลุ่มหลัก คือ พวกที่ลอบนำยาเสพติดเข้ามาจากฐานผลิตกลุ่มว้าใต้ บริเวณรอยต่อชายแดนไทยเมียนมา และ ขบวนการชาวลาว หรือเวียดนาม ที่ใช้ไทยเป็นทางผ่านขนลำเลียงยาร่วมกับคนไทยในลักษณะเป็นบริษัทต่างๆ แอบแฝงอยู่ในประเทศไทย

