เผยคดี ‘พญ.ผัสพร’ คล้าย ‘บิลลี่’ ชี้ถ้าฟ้องความผิดจนท.รัฐศาลอาญาคดีทุจริต ไม่มีอายุความ

17.09.19 | 13:34 น.

รายงานข่าวเมื่อวันที่ 17 กันยายน จากทีมสืบสวนสอบสวนคดีฆาตรกรรม นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงโป่งลึก-บางกลอย จ.ราชบุรี ที่ถูกระบุว่าสูญหายไปเมื่อ 5 ปีก่อน เผยถึงขั้นตอนข้อกฎหมายการทำสำนวนคดีสำหรับคดีการเสียชีวิตของนายพอละจี หรือบิลลี่ จากกรณีที่จะมีการเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาเเก่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่กับพวกรวม 4 คน ในความผิดฐานร่วมฆ่าและข้อหาอื่นๆ นั้น ว่า


จากการตรวจเช็กข้อกฎหมายพบว่าคดีนี้หากมีการแจ้งข้อหาที่เป็นความผิดเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐ และหากพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องในข้อหาดังกล่าว คดีจะอยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตหรือและประพฤติมิชอบ ซึ่งตามกฎหมายวิ อาญา คดีทุจริตจะส่งผลให้คดีดังกล่าวไม่มีการนับอายุความในขณะช่วงเวลาที่หลบหนีหรือไม่มีอายุความนั่นเอง ส่วนเมื่อหากพนักงานอัยการฟ้องเเล้วจะต้องขึ้นศาลไหนนั้นคดีมีความเป็นไปได้ที่จะอยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตหรือและประพฤติมิชอบกลาง เนื่องจากคดีเป็นอำนาจสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือศาลอาญาคดีทุจริตหรือและประพฤติมิชอบภาค 7 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดเหตุก็สามารถเป็นไปได้

“ในส่วนของการรวบรวมพยานหลักฐานจะมองคล้ายกับคดีฆาตกรรม พญ.ผัสพร บุญเกษมสันติ อดีตสูตินรีแพทย์ รพ.บุรฉัตรไชยากร (รพ.รถไฟ) และคดีนายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งต้องมีการยืนยันว่าตายและตายช่วงเวลาไหน อยู่กับใครตอนสุดท้ายที่หายไป อย่างคดี พญ.ผัสพร มีชิ้นเนื้อตรวจดีเอ็นเอจนทางแพทย์ระบุตายแล้ว ในช่วงเวลาหายไปกับ นพ.วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ อดีตสามี แต่คดีทนายสมชายเชื่อว่าตาย แต่ไม่มีเศษชิ้นเนื้อหรือกระดูกที่จะทำให้เชื่อว่าตาย เรื่องนี้ก็จะต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ทางแพทย์ยันว่าตาย มีการเผาทำลาย ช่วงสุดท้ายอยู่กับกลุ่มไหน“ เเหล่งข่าวจากทีมสอบสวนระบุ