รองมท.ภาค4 ร่วมถกหลายฝ่าย แก้ไขปัญหาที่ดินชาวเลฯและกรณีพิพาทชาวเล – บารอน สรุปเจ้าของที่ดิน 13 รายจุดที่เป็นบ้านเรือนชาวเลฯ ยอมขายให้รัฐ ส่วนกรณีพิพาทบารอน – ชาวเลฯ นั้น บารอนอ้างทำตามกม. ชาวเลฯและคกก.สิทธิฯจะเข้าร้องศาลจังหวัดขอคุ้มครองในวันนี้
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 มิถุนายน 2559 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต พล.ต.คุณวุฒิ หมอแก้ว รองแม่ทัพภาค 4 เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทระหว่างกลุ่มชาวเลราไวย์ กับบริษัท บารอน เวิลด์ เทรด จำกัด หลังเกิดเหตุมีการใช้กำลังประทุษร้ายร่างกายกันและกัน กรณี พิพาทในที่ดินบริเวณหน้าชายหาดราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 25 พ.ค.2559 ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับอันตรายแก่ร่างกายทั้งสองฝ่าย นำมาซึ่งความไม่สงบเรียบร้อยและกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งกรณีพิพาทระหว่างเจ้าของที่ดินที่ชาวเลหาดราไวย์ตั้งชุมชน โดยมีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้เกี่ยวข้อง อาทิ นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตัวแทนจากดีเอสไอ นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษย์ชนแห่งชาติ นายไมตรี กงไกรจักร นางปรีดา คงแป้น เอ็นจีโอ นายชาตรี หมาดสตูล ตัวแทนบริษัทบารอนฯ ตัวแทนเจ้าของที่ดินที่ถือกรรมสิทธิ์แปลงที่ตั้งชุมชนชาวเลราไวย์บางส่วน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาดังกล่าว
ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้ว่าในการประชุมครั้งนี้จะ ไม่มีตัวแทนชาวเลราไวย์เข้าร่วมด้วย แต่มีชาวเลจำนวนหนึ่งเดินทางมาสังเกตการณ์ และเตรียมจะยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับรองแม่ทัพภาพที่ 4 และเจ้าหน้าที่จากดีเอสไอ โดยการประชุมครั้งนี้ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังแต่อย่างใด และเมื่อเสร็จสิ้นการประชุม รองแม่ทัพภาคที่ 4 ได้มีการหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตนอกรอบอีกครั้ง ก่อนที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน และเดินทางกลับ โดยทางกลุ่มชาวเลไม่ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมที่ได้เตรียมไว้ สร้างความไม่พอใจให้กับชาวเลเป็นอย่างมาก จนบางคนถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความคับแค้นใจ เพราะต่างมารอกันตั้งแต่ช่วงเที่ยง พร้อมทั้งต่อว่าต่อขานต่างๆ นานา

ขณะที่ พล.ต.คุณวุฒิ หมอแก้ว รองแม่ทัพภาค 4 กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับผู้เกี่ยวข้อง ว่า การประชุมร่วมกันครั้งนี้ได้ข้อยุติที่ดี โดยเจ้าของที่ดิน จำนวน 13 ราย พร้อมที่จะขายที่ดินให้กับรัฐ ส่วนกรณีข้อพิพาทที่ดินกับบริษัท บารอนฯ ในเรื่องเส้นทางเดินไปยังบาลัย และที่จอดเรือนั้น จะขอใช้กระบวนการยุติธรรม ซึ่งในส่วนของชาวเลจะมีการยื่นเรื่องกับศาลจังหวัดภูเก็ตในวันนี้ (10 มิ.ย.59) เพื่อให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาดประเด็นต่างๆ เพราะในส่วนของจังหวัดภูเก็ต คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน และหน่วยเกี่ยวข้อง มีความเห็นร่วมกันว่า จะต้องหาทางออกโดยขออำนาจศาลในการที่จะชี้ว่า ปัญหาจะจบและควรจะดำเนินการอย่างไรในอนาคต เชื่อว่าปัญหานี้จะยุติได้ในเร็ววัน ซึ่งในระหว่างที่รอศาลชี้ขาด ได้มีการพุดคุยกับทางบริษัท บารอนฯ แล้วว่า เพื่อให้อยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข และป้องกันการประทบกระทั่งที่จะเกิดขึ้นก็ขอให้ระงับการเข้าไปดำเนินการใดๆ ในพื้นที่ก่อนในห้วงโดยรอให้กระบวนการยุติธรรมได้ชี้ชัดว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร
ด้านนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของคดี ที่มีกันมาก่อนหน้านี้ก็ให้ว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม โดยได้สั่งการไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตแล้วว่า ให้การดำเนินการพิจารณาคดีเรื่องนี้ให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย เพราะฝ่ายรัฐต้องอยู่ตรงกลาง ซึ่งจริงๆแล้วข้อพิพาทมีความซับซ้อนทั้งสองฝ่าย ฉะนั้นการแก้ปัญหาต้องไม่ใช้หลักความรุนแรง เพราะเมื่อก้าวข้ามไปใช้ความรุนแรงก็จะมีกฎหมายกำกับดูอยู่ ใครเป็นผู้กระทำ ก็ต้องว่าไปตามขั้นตอนของกฎหมายนั้นๆ
“กรณีที่ดินของกลุ่มเจ้าของที่มีกรรมสิทธิ์ และต้องการจะขายให้ภาครัฐนั้น เนื่องนี้ได้รายงานไปยังรัฐบาลแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะเลยจากอำนาจของผู้ว่าฯ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนทุกคน และพี่น้องชาวเลก็เป็นคนไทยคนหนึ่ง มีหลายเรื่องที่เราต้องเข้าไปช่วยดูแลตามหลักมนุษยธรรม เป็นหน้าที่ของราชการ แต่ว่า ความยาก ความซับซ้อนในพื้นที่ ที่พี่น้องชาวเลอาศัยอยู่ การเข้าไปดำเนินการใดๆ ทำได้ยาก เพราะไปก้าวข้ามเรื่องของกรรมสิทธิ์ เอกสิทธิ การละเมิด การบุกรุก ซึ่งเป็นปัญหาที่ทับซ้อนกัน หากมีการนำที่ดินมาเป็นของรัฐ ก็จะได้มาวางแผนในการเข้าไปดูแลเรื่องคุณภาพชีวิตใหม่ให้กับพี่น้องชาวเล ซึ่งทุกฝ่ายจะได้ไปช่วยกันในเชิงบูรณาการ เพื่อให้มีความมั่นคงแห่งรัฐก็จะเกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่จะเดินต่อไปได้”
นายจำเริญ กล่าวด้วยว่า เหตุที่ต้องมีการนำเรื่องข้อพิพาทที่เกิดขึ้นสู่ศาล เนื่องจากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ด้วยความประนีประนอม เพราะเป็นการข้อโต้แย้งกันในแง่ของสิทธิ ซึ่งผู้ว่าฯ ไม่สามารถชี้ได้ว่าถูกหรือผิดอย่างไร ฉะนั้นต้องมีการนำเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งสองฝ่ายไปให้ศาลพิจารณา ซึ่งทางชาวเลจะร่วมกันยื่นต่อศาลในวันพรุ่งนี้ (10 มิ.ย.59) ส่วนของทางบริษัทบารอนฯ ก็มีสิทธิที่จะยื่นเพื่อเข้ากระบวนการพิจารณาได้ตามสิทธิที่มีอยู่ได้เช่นกัน


