คพ.แจง ท้องฟ้ากทม.มัวจากหมอกฝน ไม่ใช่ควันจากอินโดฯ มีผลต่อเนื่องถึง 22 ก.ย.นี้

20.09.19 | 18:14 น.
แฟ้มภาพ

คพ.แจงท้องฟ้ากทม.มัวเกิดจากหมอกฝน ไม่ใช่หมอกควันจากอินโดฯ “สงขลา-ยะลา” ฝุ่นพิษยังเกินมาตรฐาน แนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากการติดตามตรวจสอบสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กทม.และปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของคพ. จำนวน 23 สถานี และกทม. จำนวน 24 สถานี ในช่วงวันที่ 19 กันยายน ถึงปัจจุบัน พบว่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) มีแนวโน้มลดลงจากวันก่อนหน้า อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ) คุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลางถึงดีมาก

นายประลอง กล่าวว่า สำหรับลักษณะอากาศที่มีหมอกปกคลุมในพื้นที่กทม ในช่วง 1 – 2 วันที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยา ยืนยันว่าไม่ใช่หมอกควันที่มาจากประเทศอินโดนีเซีย แต่เป็นหมอกฝน ซึ่งเป็นสภาวะปกติที่จะเกิดขึ้นหลังฝนตกหนักหรือต่อเนื่อง ทำให้บรรยากาศมีความชื้นสูง ประกอบกับช่วงเช้ามีอากาศเย็น อันเกิดจากความกดอากาศจากทางเหนือแผ่ปกคลุมลงมาถึงกทม. ทำให้เกิดเป็นลักษณะหมอกฝนปกคลุมทั่วพื้นที่ ซึ่งคาดว่าสภาวะดังกล่าวนี้ จะมีผลต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 22 กันยายนนี้ โดยลักษณะของฝนตกหนักเช่นนี้จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง PM2.5 ในกทม.ได้อีกส่วนหนึ่ง

อธิบดี คพ.กล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์หมอกควันภาคใต้ ที่ได้รับอิทธิพลจากหมอกควันไฟป่าในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งพบจุดความร้อนจำนวนมากบริเวณพื้นที่สุมาตราและกาลิมันตัน ทำให้เกิดหมอกควันปกคลุมในพื้นที่ดังกล่าว และทิศทางลมได้พัดพาหมอกควันมายังพื้นที่จังหวัดภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ส่งผลให้จ.สงขลาและยะลา มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สูงเกินค่ามาตรฐาน อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ส่วนจ.สตูล ตรัง นราธิวาส และปัตตานี พบปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน ทั้งนี้ อิทธิพลจากหมอกควันและกระแสลมดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กทม.