กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้งกับการรับประทานอาหารในกล่องโฟมว่าเสี่ยงก่อให้เกิดมะเร็งหรือไม่ เพราะล่าสุด รศ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความเฟซบุ๊ก “Jessada Denduangboripant” เรื่องกล่องโฟมว่าไม่ได้มีอันตรายต่อสุขภาพแต่อย่างใด แม้จะมีสารสไตรีน แต่การรับประทานอาหารบนกล่องโฟมไม่ได้ทำให้สารดังกล่าวสลายออกมาจนเกิดอันตรายอย่างที่กังวล หนำซ้ำข้อมูลที่บอกว่ากินอาหารบนกล่องโฟมทุกวัน 10 ปี จะเสี่ยงเป็นมะเร็งขึ้น 6 เท่า ซึ่งการอ้างอิงเช่นนี้น่าเชื่อถือน้อย แต่ในเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนั้นถือว่าเห็นด้วย
ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า การที่ รศ.เจษฎากล่าวไว้ก็ถูกต้อง เนื่องจากประเด็นที่ควรหลีกเลี่ยงการใช้กล่องโฟมในการบรรจุอาหาร เพราะส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ ส่วนเรื่องสุขภาพมีบ้าง แต่ไม่ใช่ประเด็นหลัก เนื่องจากการตรวจสอบของกรมที่ผ่านมาพบว่าสารสไตรีนจะออกมาจากกล่องโฟมได้ก็ต่อเมื่อถูกน้ำมันร้อนจัดๆ แต่การระเหยออกมาของสารดังกล่าวถือว่าไม่มากมายถ้าเทียบกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทางที่ดีที่สุดหลีกเลี่ยงการใช้กล่องโฟมก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี
น.ส.จารุวรรณ ลิ้มสัจจะสกุล ผู้อำนวยการสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า สไตรีนเป็นสารเคมีตัวหนึ่งที่มีผลต่อระบบประสาท และโฟมก็ทำมาจากโพลิสไตรีน แต่เมื่อเป็นโฟมแล้วก็ไม่ใช่สารพิษโดยตรง ทั้งนี้ ที่กังวลมาจากสารพิษที่หลงเหลือจากการผลิตกล่องโฟมมากกว่า ซึ่งหากไปสัมผัสกับอาหารที่มีน้ำมันร้อนๆ ก็ย่อมมีโอกาสเสี่ยงได้รับสารสไตรีนได้ โดยกล่องโฟมผลิตจากโพลิสไตรีน ซึ่งมีอากาศเป็นองค์ประกอบอยู่ร้อยละ 95 และมีโพลิสไตรีนร้อยละ 5 ตรงจุดนี้ที่กังวลกัน แต่ไม่ใช่ทั้งหมด สิ่งสำคัญคือผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมมากกว่า เนื่องจากย่อยสลายยาก และหากนำไปเผาก็ทำให้เกิดแก๊สที่กระทบต่อภาวะเรือนกระจก ดังนั้น ต้องเลือกวัสดุสัมผัสอาหารให้เหมาะสมกับอาหารดีที่สุด
นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า แม้กล่องโฟมที่นำมาบรรจุอาหารในปัจจุบันจะมีสารสไตรีนไม่เกินมาตรฐานที่กำหนด แต่จะดีกว่าหรือไม่หากมีทางเลือกที่เสี่ยงน้อยที่สุด เพราะการรับประทานอาหารที่บรรจุในกล่องโฟมเป็นระยะเวลานาน 5-10 ปีก็ย่อมมีโอกาสเสี่ยงรับสารสไตรีนได้ หรืออาจจะเป็นหนึ่งปัจจัยในการกระตุ้นให้เกิดมะเร็งร่วมกับปัจจัยอื่นๆ ซึ่งไม่มีทางทราบว่าในแต่ละคนจะมีปัจจัยก่อโรคมะเร็งอะไรบ้าง การหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคย่อมเป็นสิ่งที่ดีไม่ใช่หรืออย่างไร ทั้งนี้ การที่มีการรณรงค์ลดการใช้โฟม ขอยืนยันว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนบริษัทผู้ผลิตภาชนะทดแทน



