คพ.ประสานเลขาธิการอาเซียน แจ้งเตือนประเทศสมาชิก ปฏิบัติตามข้อตกลง หมอกควันข้ามแดน

23.09.19 | 16:17 น.

คพ.ประสานเลขาธิการอาเซียน แจ้งเตือนประเทศสมาชิก ปฏิบัติตามข้อตกลง หมอกควันข้ามแดน

วันที่ 23 กันยายน นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า คพ. ติดตามสถานการณ์ หมอกควันทางภาคใต้ อย่างใกล้ชิดเนื่องจากทำให้ส่งผลกระทบต่อ สุขภาพของประชาชน และให้ประสาน พร้อมทั้งแจ้งทาง เลขาธิการอาเซียน เพื่อให้ประเทศสมาชิกอาเซียน ได้ดำเนินการและปฏิบัติ ในการป้องกันแก้ไขปัญหาหมอกควัน ตามที่ได้มีแนวทางและข้อตกลงร่วมกัน โดยขณะนี้ สถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคใต้ ปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เฉลี่ย 24 ชม. ณ เวลา 09.00 น. โดยส่วนใหญ่มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยมีค่าอยู่ระหว่าง 18 – 70 ไมโครกรัม/ลูกบากศ์เมตร(มคก./ลบ.ม.) จากค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศโดยรวม มีผลกระทบต่อสุขภาพ และเกินค่ามาตรฐาน 5 สถานี ที่อําเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 57 มคก./ลบ.ม. อําเภอเมือง จังหวัดยะลา 53 มคก./ลบ.ม. อําเภอเมือง จังหวัดสตูล 57 มคก./ลบ.ม. และอําเภอเมือง จังหวัดตรัง 59 มคก./ลบ.ม. โดยค่า PM2.5 เฉลี่ย 24 ชม. สูงสุด พบในพื้นที่อําเภอเมือง จังหวัด นราธิวาส มีค่าเท่ากับ 70 มคก./ลบ.ม.

“ช่วงนี้พบจุดความร้อนและกลุ่มควันบริเวณเกาะสุมาตราและกาลิมันตัน ประกอบกับพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างได้รับอิทธิพลจากลมทางทิศใต้ และทิศตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งพัดผ่านเกาะสุมาตรา จึงส่งผลให้ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจนบางพื้นที่คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว และพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย ลดระยะเวลาในการทำกิจกรรมกลางแจ้ง สวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นละออง และหากมีอาการผิดปกติ เช่น หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ให้รีบไปพบแพทย์ และขอให้รับฟังการแจ้งเตือนในเรื่องของการปฏิบัติตน และรักษาสุขภาพจากกระทรวงสาธารณสุข ” อคพ.กล่าว

อธิบดีคพ. กล่าวว่า จากสถานการณ์ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ทางภาคใต้ได้รับผลกระทบจากหมอกควันกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน คพ. เร่งประสานและแจ้งถึงผลกระทบในประเทศไทยไปทาง “เลขาธิการอาเซียน” เพื่อดำเนินการประสานงานไปยังสมาชิกอาเซียนโดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่อยู่ทางตอนใต้ที่ก่อให้เกิดปัญหาหมอกควัน ดำเนินการตามข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ซึ่งแต่ละประเทศจะต้องมีมาตรการภายในของตนเองเพื่อควบคุมการเผาไหม้ไม่ให้เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ก็จะทำให้หมอกควันข้ามแดนไม่ไปกระทบประเทศอื่น และช่วยให้ปัญหามลพิษหมอกควันของอาเซียนลดลงได้ตามเป้าหมาย