เมื่อวันที่ 23 กันยายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. พร้อมด้วย พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย และ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ร่วมประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอทางไกลกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป เขตสุขภาพที่ 11 และ 12 ถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ พีเอ็ม 2.5 (PM2.5) ในพื้นที่ภาคใต้ ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ. และรัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ. มีความห่วงใยสุขภาพประชาชนในภาคใต้ ได้มอบหมายให้กรมที่เกี่ยวข้องร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ดูแลประชาชนอย่างเต็มที่

“ในวันนี้ ได้ให้ผู้ตรวจราชการ นพ.สสจ.ในเขตสุขภาพที่ 11 และ 12 เปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขในระดับจังหวัดและระดับเขต พร้อมเปิดคลินิกมลพิษต้นแบบที่ จ.ยะลา มีการติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ ผ่านศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข หรือ เพจ “คนรักอนามัย ใส่ใจคุณภาพอากาศ PM 2.5” สื่อสารเตือนภัย และให้คำแนะนำการปฏิบัติตนแก่ประชาชนอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ของพื้นที่ ให้ทีมหมอครอบครัว และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ออกเยี่ยมบ้าน ดูแลกลุ่มเสี่ยงเป็นพิเศษและแจกหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหอบหืด ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงและเด็กเล็กประมาณ 1 ล้านคน ได้ให้สำนักงานและสถานบริการสาธารณสุขทุกระดับ สำรองห้องปลอดฝุ่นสำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง และส่งเสริมให้องค์การปกครองท้องถิ่น โรงเรียน หรือประชาชนจัดทำห้องปลอดฝุ่น ให้สถานพยาบาลสำรองยา เวชภัณฑ์ และเครื่องมือทางการแพทย์ และจัดให้มีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่คัดกรองผู้ป่วยและดูแลสุขภาพประชาชน รวมทั้งติดตามเฝ้าระวังการเจ็บป่วยใน 4 กลุ่มโรค ได้แก่ โรคระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบผิวหนัง และระบบตา ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่มีรายงานป่วยเพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีผู้ป่วยราว 1 แสนคน” นพ.สุขุม กล่าวและว่า ขอให้ประสานงานการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกสังกัด สธ.ในพื้นที่อย่างจริงจัง จัดหาหน้ากากอนามัยประชาชนกลุ่มเสี่ยง ซึ่งขณะนี้สนับสนุนหน้ากากอนามัยแล้วกว่า 100,000 ชิ้น และให้รายงานการทำงานอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ หากสถานการณ์วิกฤต (สีแดง) ให้รายงานทุกวันจนกว่าสถานการณ์หมอกควันจะกลับสู่ภาวะปกติ


