ทส.ชวนคนไทย เปลี่ยนพฤติกรรม เข้าวัดทำบุญ-ลดขยะพลาสติก
วันที่ 24 กันยายน นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กล่าวว่า ขยะพลาสติกซึ่งเป็นขยะที่ย่อยสลายยากใช้เวลาในการย่อยสลายกว่า 450 ปี กำลังสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่รุนแรงมากขึ้นในทุกขณะ ซึ่งปัจจุบันพบว่า หนึ่งในสถานที่ที่กำลังประสบกับปัญหาขยะพลาสติกเป็นจำนวนมาก คือ วัด หรือศาสนสถานของพุทธศาสนิกชนชาวไทย นั่งเอง โดยข้อมูลของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติระบุว่า ปัจจุบันมีวัดทั่วประเทศกว่า 40,000 วัด เป็นวัดในเขตกรุงเทพมหานครกว่า 400 วัด หากแต่ละวัดมีปริมาณขยะในแต่ละวันเฉลี่ย 50-60 กิโลกรัม (ข้อมูลปริมาณขยะเฉลี่ยต่อวันของวัดจากแดง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ) เท่ากับว่าใน 1 วันจะมีปริมาณขยะในวัดเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครสูงถึง 20,000-24,000 กิโลกรัมต่อวัน และหากมีการจัดงานหรือการจัดกิจกรรมในวัดปริมาณขยะในแต่วันก็จะเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว หรือประมาณ 100 กิโลกรัมต่อวัน


อธิบดีสส. กล่าวต่อว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีทส.มีนโยบายมอบหมายให้สส. รณรงค์เชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ด้วยการลดการใช้ถุงพลาสติกและถุงพลาสติกหู้หิ้วใส่อาหารถวายพระในการทำบุญใส่บาตรในชีวิตประจำวัน ตลอดจนในโอกาสเทศกาลทำบุญใหญ่เนื่องในวันออกพรรษาที่กำลังจะมาถึงนี้ ที่จะมีทั้งการตักบาตรเทโว ซึ่งเป็นการตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง และการทำบุญทอดกฐิน ซึ่งจะเป็นงานบุญใหญ่ประจำปีของวัดจำนวนมาก โดยขอให้คำนึงถึงการทำบุญที่ไม่สร้างภาระทางสิ่งแวดล้อมให้กับวัด ช่วยลดปริมาณขยะและขยะพลาสติกในวัด เลือกใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่สามารถล้างทำความสะอาดและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น ปิ่นโต กล่องใส่อาหาร การเลือกใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ใบตอง ใบบัว แทนการใช้ถุงพลาสติกและกล่องโฟม รวมถึงการใช้ถุงผ้า ตะกร้าใส่ของไปทำบุญ หรือใช้เป็นภาชนะสำหรับใส่จตุปัจจัย เครื่องไทยธรรม ไทยทาน ถวายพระสงฆ์ เป็นต้น เพื่อให้การทำบุญใส่บาตรของพุทธศาสนิกชนชาวไทยนับจากนี้ไป เป็นการทำบุญที่ได้บุญอย่างแท้จริง เป็นการทำบุญที่ไม่ก่อภาระทางสิ่งแวดล้อมให้กับวัด และลดภาระในการจัดการขยะและขยะพลาสติกให้กับพระสงฆ์และบุคลากรในวัด ทั้งยังเป็นการช่วยลดโอกาสการสร้างขยะพลาสติกที่อาจเล็ดลอดออกไปสู่สิ่งแวดล้อมจนก่อให้เกิดปัญหาผลกระทบต่าง ๆ ตามมาอีกด้วย

