ชี้ประเด็น’ลันลาเบล’ตายถูกอุ้มไปคอนโดฯเจตนาซ่อนเร้นเห็นผล เข้าข่ายฆ่าผู้อื่นโดยงดเว้นหรือไม่

24.09.19 | 17:14 น.

“ทนายวิญญัติ” เเนะ ประเด็นการตาย’ลันลาเบล’ ถูกน้ำอุ่นอุ้มไปคอนโดมีเจตนาซ่อนเร้นเล็งเห็นผลเข้าข่ายผิดฆ่าผู้อื่นโดยงดเว้นหรือไม่ ชี้ เวลาการตายสำคัญมากนำไปสู่การดำเนินคดีความผิดฐานใดจะเชื่อเฉพาะ”สมาร์ทวอช”อย่างเดียวไม่ได้


เมื่อวันที่ 24 ก.ย.นายวิญญัติ ชาติมนตรี และเลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.)เเละทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ให้ความเห็นถึงกรณีที่นาฬิกาสมาร์ทวอช ระบุชีพจรลันลาเบลหยุดเต้น 17.00 น.นั้น ว่าตนขอให้ความคิดเห็นส่วนตัวเพื่อให้เกิดความยุติธรรมต่อทุกฝ่ายว่าจาก ข้อเท็จจริงของคดีส่วนที่เกี่ยวกับ สาเหตุการตายน่าจะได้คำตอบแก่สังคมและตำรวจชุดคลี่คลายคดีแล้วว่า ความตายของลันลาเบลเกิดจากปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่า 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เรื่องความผิดเกี่ยวกับเพศคงยุติได้พอสมควรจากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์คดีนี้จึงน่าจะมีเรื่องที่ตำรวจต้องสืบสวนและสอบสวนอีกอย่างน้อย 2 ประเด็นหลักๆ คือ เรื่องเจตนาของผู้ต้องหา เพราะจะนำไปสู่การพิจารณาว่ากระทำความผิดฆ่าผู้อื่น(โดยงดเว้น)หรือไม่ การพบเห็นอาการหมดสติ น้ำลายฟูมปาก ปากเขียวคล้ำ แล้วไม่พาผู้ตายไปโรงพยาบาลหรือให้ได้รับการปฐมพยาบาล เป็นการกระทำให้เกิดผลอันหนึ่งอันใดขึ้นโดยงดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผล(การตาย)นั้นหรือไม่ พฤติการณ์ระหว่างทางไปคอนโดแล้วอุ้มขึ้นไปห้องพักใช้เวลานานเท่าใด เหตุใดจึงพาไปคอนโด มีเจตนาซ่อนเร้นอย่างไร จนกระทั่งนำร่างของผู้ตายลงมาไว้ที่โซฟาอีกหลายชั่วโมงต่อมานั้น จะสอดคล้องกับการงดเว้นได้หรือไม่ ต้องสอบสวนให้ชัดให้สิ้นกระแสความ เนื่องจากอาจนำไปสู่การพิจารณาว่าเป็นการย้ายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตายด้วยหรือไม่ เพราะเหตุของเรื่องคือการพาไปคอนโดและผลที่ตามมาคือความตาย

เเละ2.เรื่องเวลาการตายของผู้ตาย ต้องสอบสวนและพิสูจน์หลักฐานทุกชนิดที่ทำได้ อย่าคิดว่าสอบมากไป แล้วจะทำให้ผู้ต้องหาหลุดคดีหรือพ้นข้อหาแรงๆไป นั่นคืออคติ เพราะผู้ต้องหาอาจไม่ทราบว่าน้องลันลาเบลตายเมื่อใด (แต่ก็ต้องดูความรู้ ความสามารถ การประกอบอาชีพของผู้ต้องหาด้วย)

หน้าที่ของพนักงานสอบสวนต้องสอบให้ชัดเจน ทั้งพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิดและความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา การหาเวลาการตายนั้นสำคัญมาก ต้องหาข้อยุติให้ได้ ลำพังจะเชื่อเฉพาะสมาร์ทวอชท์(นาฬิกา)ที่ผู้ตายสวมใส่อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ต้องสอบสวนประกอบพยานหลักฐานอื่นด้วย จึงจะไปเชื่อมโยงว่าผู้ต้องหาน่าจะทราบถึงการตายเมื่อใด

Advertisement

ข้อเท็จจริงที่เป็นองค์ประกอบความผิดของพฤติการณ์ช่วงก่อนตาย(มีสภาพบุคคล) และช่วงหลังตาย(สิ้นสภาพบุคคล)คือเมื่อใด อันเป็นข้อเท็จจริงสำคัญที่จะเอาความผิดได้หรือไม่ คดีนี้จะพิสูจน์ถึงมาตรฐานการทำคดีและงานด้านนิติเวชศาสตร์ของไทยอีกเรื่องหนึ่งด้วย
สุดท้ายแล้วคดีนี้อาจดำเนินคดีอาญากับผู้ใดได้ แต่อาจจะไม่เพียงพอที่จะลงโทษผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดก็ได้ สังคมควรติดตามด้วยสติแยกแยะความเกี่ยวข้องของบุคคลตามความจริงออกจากกระแสโซเชียลให้ได้