ผู้อ่านมติชน 57% เห็นด้วย สาว 15-19 ปี เกือบครึ่ง ยอมเสียตัวเพื่อแลกเงินก้อนใหญ่
กรณีที่ ผศ. ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง พริตตี้ลัลลาเบล กับ ปัญหาสังคม กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,565 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ระหว่าง 19-21 กันยายนที่ผ่านมา
โดยส่วนหนึ่ง ระบุว่า เกินกว่า 1 ใน 3 หรือร้อยละ 36.0 ระบุ ยอมเสี่ยงเสียตัวเพื่อแลกกับเงินก้อนใหญ่ และเมื่อจำแนกออกตามช่วงอายุ พบว่า ในกลุ่มเยาวชนหญิงคืออายุระหว่าง 15-19 ปี จำนวนมากหรือร้อยละ 40.0 ยอมเสี่ยงแลกกับเงินก้อนใหญ่ และหญิงที่อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปเกินกว่า 1 ใน 3 เช่นกันหรือร้อยละ 33.7 ยอมเสี่ยงเสียตัวแลกกับเงินก้อนใหญ่
มติชนออนไลน์ ได้เชิญผู้อ่านร่วมแสดงความคิดเห็น ท่านเห็นด้วยกับซูเปอร์โพล ที่ว่ากลุ่มเยาวชนหญิง 15-19 ปี เกือบครึ่ง ยอมเสียตัวเพื่อแลกเงินก้อนใหญ่ หรือไม่
1.เห็นด้วย
2.ไม่เห็นด้วย
ผลการร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านทางเฟชบุ๊กนั้น มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็น 823 โหวต ในจำนวนนี้ระบุว่า เห็นด้วย 57% ระบุว่า ไม่เห็นด้วย 43% ส่วนในทวิตเตอร์ มีผู้ร่วมโหวต 141 โหวต ในจำนวนนี้ 32%ระบุว่า เห็นด้วย และ 68% ระบุว่าไม่เห็นด้วย
สำหรับความคิดเห็นที่น่าสนใจมีตัวอย่างต่อไปนี้
ถ้างานในประเทศผลตอบแทนมันดี และส่งเสริมประชาชนทุกระดับอย่างเท่าเทียมกัน ปัญหาแบบนี้น่าจะน้อยหรืออาจไม่มีเลย ถ้าจะมีก็คงเป็นคนที่ตั้งใจจะทำอยุ่แล้ว แต่คนที่ทำเพราะจำเป้นคงไม่ทำ
แล้วมีงานอะไรให้พวกเขาทำเหรอ ขนาดผู้ใหญ่ จบการศึกษา ปตรี แล้วยังไม่มีงานทำเลย คิดสิครับ ทำไงให้เขามีงานทำมีเงินใช้ ไม่มีใครเขาอยากทำแบบนั้นหรอก อะไรที่มันได้เงินเขาก็ต้องเอาไว้ก่อน ขนาด สว เอาแต่พวกพ้องมาทำงาน แล้วการจ้างแรงงานใหม่ๆจะเกิดได้อย่างไร
ไม่เห็นด้วย..แต่สังคมมันเปลี่ยนไป….อายุ15-19ส่วนใหญ่มีผัวกันแล้ว…เมื่อเสียตัวไปก็ทำเป็นงานไปเลยได้เงินด้วย…นี่คือแนวคิดที่ผิดเพี้ยน…
ไปสอบถามจากตัวอย่างหน้าผับ หน้าสถานบันเทิง ผลก็ออกมาครึ่งนึงดิ แต่ถ้าไปสุ่มตัวอย่างหน้าโรงเรียนเตรียมอุดม ผลก็จะเปลี่ยน 0.00กว่าๆ เพราะตัวอย่างต่างสถานะความเสี่ยงครับ
มันก็คือสิทธิของแต่ละคน ถ้าเค้าทำแล้วเดือดร้อนคนอื่นก็ไม่เห็นด้วย แต่ถ้าเดือดร้อนตัวเองคนเดียวแล้วเค้าไม่รู้สึกอะไรก็ทำได้ค่ะ และก็ถ้าไปบังคับใจอันนี้ก็ไม่เห็นด้วย ถึงแม้จะได้เงิน
เป็นด้วยสถาวะเศรษกิจช่วงนี้ด้วยหละครับ? ทำให้การตัดสินใจมันง่่ายขึ้นในการเอาตัวรอด
ถ้าความคิดความอ่านของคนในสังคมวางรากฐานอยู่บนการศึกษาที่สร้างปัญญาเปิดกว้าง สังคมที่เปิดโอกาสอย่างเสมอภาคให้คนเข้าสู่การศึกษาเพื่อเลือกอาชีพตามความสามารถ ความชอบ ความฝันในชีวิตของตัวเอง แต่แล้วคนยังเลือกที่จะเสียตัวเพื่อแลกเงิน นั่นแหละจึงเรียกว่าสิทธิส่วนบุคคลได้จริง ฉะนั้นเลือกเอา จะช่วยกันสร้างสังคมที่ทุกคนมีโอกาสเสมอภาคกันเพื่อเข้าสู่ระบบการศึกษาที่ดี สร้างระบบสวัสดิการสังคมที่ดีกว่านี้ หรือจะปล่อยให้สังคมเอาเปรียบใช้ประโยชน์ จากผุ้หญิงที่มีฐานะทางการเงินไม่ดีอย่างนี้ไปเรื่อยๆ หรือ
ผู้ใหญ่สนองตัณหา(กามราคะ) ส่วนเด็กสาวสนองตัณหาคืออยากมีโน้นนี่นั่น..จึงเกิดปรากฎการณ์..เงินแลกตัว..สังคมเปลี่ยนใจคนเปลี่ยนกิเลสตัณหาราคะความโลภความอยากมันเกิดขึ้นที่ใจ…เป็นบ่อเกิดของปัญหาชีวิตแล้วกลับกลายมาเป็นปัญหาสังคม…ทุกคนต้องหยุดและยั้บยั้งมันที่ใจของตัวเองของแต่ละคนเท่านั้นจึงจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้

