วาฟชี้ความกดอากาศสูงจากจีนหลงฤดู ฝนหายทำหนาวนิดๆ ห่วงน้ำในเขื่อนน้อยมาก
วันที่ 25 กันยายน นายสุทัศน์ วีสกุล ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ(สสน.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่าแบบจำลองสภาพอากาศ(วาฟ-รอม) ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายนไปถึง 30 กันยายน ปริมาณฝนทั้งประเทศจะลดลง โดยฝนที่เกิดจากร่องมรสุมพาดผ่านก่อนหน้านี้ เมื่อความกดอากาศสูงแผ่เข้ามาก็จะดันร่องมรสุมลงไปในพื้นที่ภาคใต้ แต่ปริมาณฝนตกก็จะมีไม่มาก เพราะกระแสลมที่มาพร้อมกับความกดอากาศสูงนั้นเป็นกระแสลมแห้ง มีความชื้นไม่มากนัก
“ความกดอากาศสูงแผ่ลงมาจากประเทศจีน ทำให้อุณหภูมิบริเวณ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมไปถึงภาคกลางบางส่วนมีอากาศเย็นลงบ้างเล็กน้อยประมาณ 3 องศาเซลเซียส ซึ่งทางกรมอุตุนิยมวิทยาเรียกลักษณะอากาศแบบนี้ว่า ความกดอากาศสูงหลงฤดู ซึ่งหมายความว่า ปกติแล้ว ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาช้ากว่านี้ และหลังจากที่ความกดอากาศสูงถอยกลับไปยังประเทศจีนช่วงปลายเดือนกันยายน ประเทศไทยตอนบนก็จะกลับมามีฝนตกอีกครั้งหนึ่ง แต่เป็นฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง เพราะจะไม่มีตัวแปรอื่นๆที่ทำให้เกิดฝนตกหนักอีก เป็นสัญญาณชี้ชัดว่า ประเทศไทยเข้าสู่ปลายฤดูฝนเต็มทีแล้ว ซึ่งการที่ฝนตกน้อยลงจะทำให้พื้นที่ ที่มีน้ำท่วมเวลานี้ โดยเฉพาะที่ จ.อุบลราชธานี มีสถานการณ์ดีขึ้น สิ่งที่ต้องคิดหนักก็คือ ปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่หลายๆแห่งยังมีน้อย บางแห่งยังมีไม่ถึงครึ่ง จึงต้องวางแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างรัดกุมรอบคอบ”นายสุทัศน์ กล่าว
ผู้อำนวยการสสน.กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาจะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่เขื่อนขนาดใหญ่หลายแห่งก็ยังมีน้ำน้อยมากอยู่ โดยเฉพาะเขื่อนหลักบางแห่งมีน้ำไม่ถึง 50% เช่น เขื่อนภูมิพล มีน้ำ 42% ป่าสักชลสิทธิ์ 44% แควน้อย 54% สิริกิติ์ 57% นอกจากนี้ยังพบว่าแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ภาคกลางหลายแห่ง เช่น เขื่อนทับเสลา เขื่อนกระเสียว มีน้ำไม่ถึงครึ่ง ซึ่งพบว่า หลังจากนี้ไปถึงสิ้นสุดฤดูฝนปริมาณน้ำที่จะไหลลงเขื่อนต่างๆไม่น่าจะถึง 1 พันล้านลูกบาศก์เมตร หมายความว่า หากไม่มีการเตรียมความพร้อมในการรับมือและบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่ ฤดูแล้งปีหน้าจะลำบากมาก

