กรณี นายภูมิภาฑิต หรือ เหม นิตยารส อายุ 31 ปี ดารานักแสดง ใช้เชือกและผ้าผูกคอตัวเองติดกับระแนงไม้บริเวณระเบียงหลังห้องพักในคอนโดย่านลาดปลาเค้าเสียชีวิตโดยแฟนสาวระบุมีปัญหาเกี่ยวกับการเงินไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้อง และเป็นโรคซึมเศร้า
ความคืบหน้าวันที่ 26 กันยายน ที่กองพยาธิกรรม รพ.ภูมิพลอดุลยเดช ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการรับศพนายภูมิภาฑิต หรือ เหม นิตยารส กลับไปบำเพ็ญกุศล ได้มีน้องสาว ดาราหนุ่ม พร้อมด้วย น.ส.ธีรดา ธีรเกียรติ ผู้ช่วยผู้จัดการส่วนตัว และเพื่อนดารา อทิ เก่ง ชัชวาล เพชรวิศิษฐ์ ดาราช่อง 3 แอนด์ดรูว์ กรเศก โคนินทร์ ได้เดินทางมารับศพบรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบง่าย
น.ส.ธีรดา กล่าวว่า ตนเองได้เจอกับเหมครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา และได้คุยผ่านทางโทรศัพท์ครั้งสุดท้ายช่วงค่ำวันที่ 24 โดยเป็นการโทรนัดหมายให้มาคุยงาน กันที่อาiNซีเอ ในวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา เวลา 16.00 น. จากนั้นเหม ได้ส่งข้อความมาบอกว่าอาจจะเดินทางไปยังจุดนัดหมายช้ากว่าปกติ ก่อนที่จะมาทราบข่าวว่าน้องเสียชีวิตแล้ว จากระยะเวลา 8 ปีที่ตนดูแลน้องเหม มาไม่ได้มีการมาปรึกษาปัญหาชีวิต หรือมีลางบอกเหตุว่าน้องจะคิดฆ่าตัวตาย สภาวะอารมณ์ก็ปกติ ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าสาเหตุการเสียชีวิตน่าจะมาจากโรคซึมเศร้า ซึ่งน้องมีอาการป่วยมานานกว่าหนึ่งปี และได้มีการรักษาจนอาการดีขึ้น แต่ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ตนไม่ทราบว่าน้องทานยาต่อเนื่องหรือไม่ ส่วนประเด็นที่มีกระแสข่าวว่าน้องมีปัญหาด้านการเงิน และไปค้ำประกันให้เพื่อน จนเป็นหนี้สินกว่า 15 ล้านบาทนั้น ตนเองไม่ทราบรายละเอียด จึงไม่สามารถตอบได้
ด้านเก่ง ชัชวาล กล่าวว่า เท่าที่ตนเองรู้จักเหม มาน้องเป็นคนร่าเริง และมักจะเจอกันในงานกิจกรรมต่างๆ ตนเองทราบข่าวทีแรกยังไม่เชื่อยังบอกกับหลายๆคนว่าเป็นข่าวปลอม เพราะล่าสุด 3 อาทิตย์ก่อนเพิ่งนัดทานข้าวกัน แต่น้องก็ไม่ได้มีอาการเครียดหรือใดๆ
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางด้านน้องสาว ของดาราหนุ่มปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ เนื่องจากยังอยู่ในอาการโศกเศร้า จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข็นร่างอันไร้วิญญาณของดาราหนุ่มขึ้นรถตู้ของอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เพื่อนำร่างไปยังวัดลาดปลาเค้า เพื่อเตรียมพิธีรดน้ำศพในเวลา 16.00 น.ที่ศาลา 12 วัดลาดปลาเค้า และจะมีการสวดพระอภิธรรมศพคืนนี้เป็นคืนแรกในเวลา 19.00 น. ซึ่งทางเจ้าภาพจะตั้งสวดพระอธิธรรมไปจนถึงวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ก่อนจะมีพิธีฌาปนกิจศพในเวลา วันที่ 29 กันยายนนี้
ด้าน พ.ต อ อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน เปิดเผยว่า การสอบสวนยังมุ่งเน้นในการทำสำนวนคดีชันสูตรพลิกศพ เพื่อพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งต้องรอผลการชันสูตรจากทางนิติเวช แต่จากการสอบปากคำครอบครัวผู้ตาย ไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้ตายเคยมีการเขียนจดหมายลาตายไว้ แต่ทางครอบครัวพบก่อน ประกอบกับเมื่อวานนี้ผู้ตายมีการโพสต์ ข้อความทิ้งไว้ในโซเชียลส่วนตัวในเชิงกล่าวลา รวมทั้งยังเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ที่อยู่ระหว่างการรักษาตัว นอกจากนี้ทางครอบครัวยังทราบว่าผู้ตายมีความเครียดจากปัญหาส่วนตัว ทั้งเรื่องการเงินและปัญหาต่างๆ จากข้อมูลทั้งหมดทางเจ้าหน้าที่จึงให้น้ำหนักไปทางกระทำด้วยตนเองมากกว่า ซึ่งการตรวจสอบจุดเกิดของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจ ก็ไม่พบร่องรอยการทำร้ายร่างกาย หรือร่องรอยการต่อสู้ใดๆ แต่ได้ส่งผ้าที่ผู้ตายใช้ผูกคอไปตรวจสอบให้แน่ชัด รวมถึงต้องรอผลการตรวจชันสูตรจากทางนิติเวช เพื่อยืนยันข้อสันนิษฐานนี้อีกครั้ง โดยต่อจากนี้จะมีการเชิญครอบครัวผู้ตายให้ปากคำอีกครั้ง หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการทางศาสนา

