เวลา 07.30 น. วันที่ 11 มิถุนายน ที่ริมโขง บ้านพนอมเหนือ หมู่ 5 อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม นายวีระ มานิสสรณ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 สาขานครพนม พ.ต.ท.ทวี ภาน้อย ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 พร้อมด้วย พ.ต.กริชเพชร โภคา ผบ.ร้อยทหารพรานที่ 2108 อ.ท่าอุเทน ร.ท.จักรพงษ์ แม้นประเสริฐ ผบ.ร้อยชุดเฉพาะกิจกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีขบวนการค้าไม้พะยูง ส่งขายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้สนธิกำลังลาดตระเวนริมฝั่งแม่น้ำโขง ที่บ้านพนอมเหนือ หมู่ 5 ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม พบไม้พะยูงมากองไว้ริมฝั่งโขงบ้านพนอมเหนือโดยเอาเศษใบไม้ หญ้าแห้งปกปิดอำพรางไว้ เจ้าหน้าที่ได้ซุ่มดูระยะหนึ่งไม่มีใครการแสดงตัวเป็นเจ้าของจึงได้เข้าไปตรวจสอบ พบเป็นไม้พะยูง จำนวน 12 ท่อน/เหลี่ยม ปริมาตร 0.48 ลูกบาศก์เมตร เป็นไม้ใหม่และเก่าไม่เคยผ่านการเป็นสิ่งปลูกสร้างใดๆ มาก่อน จึงได้ยึดไม้พะยูงดังกล่าว มาที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นพ.1(พนอม) เพื่อทำบันทึกจับกุมพร้อมส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน เพื่อสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าไม้พะยูงทั้งหมดได้มีการลำเลียงมาจากพื้นที่ต่างจังหวัดเพื่อนำมารอลงเรือส่งข้ามไปขายผ่าน ลาว เวียดนาม ไปจีน โดยปัจจุบันมีราคาแพงคิวละ 1-2 ล้านบาท เพราะมีการปราบปรามต่อเนื่อง ทำให้ไม้พะยูงหายากจนกลุ่มผู้ซื้อมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัว เป็นเหตุให้ขบวนการค้าพยายามลักลอบส่งออกต่อเนื่อง
ทั้งนี้ พื้นที่ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ถือเป็นเป้าหมายสำคัญในการลำเลียงส่งออก เพราะระยะทางในการขนส่งใกล้ ทำให้มีการจับกุมได้บ่อยครั้ง พร้อมทั้งจะได้เพิ่มมาตรการในการเข้มงวดสกัดกั้นปราบปรามจับกุมต่อเนื่อง และอีกประเด็นหนึ่งคือขบวนการค้าไม้พะยูงทั่วภาคอีสานต้องเร่งระบายไม้พะยูงส่งข้ามโขงโดยเร็วที่สุดเพราะเป็นช่วงหน้าฝนเมื่อถูกฝนนานๆ ไม้จะมีความชื้นสูงเวลาชั่งขายจะทำให้ราคาลดลงเนื่องจากมีการหักความชื้น

