แจ้งจับ 2 จนท.ป่าไม้ ร่วม ขบวนการขโมยไม้พะยูงของกลาง เผย วางแผนแยบยล
วันที่ 2 ตุลาคม นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กล่าวว่า จากกรณีไม้ของกลางของหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยโสธร 2 (โพนงาม-ดงปอ) หมู่ที่ 3 ต.น้ำสร้าง อ.กุดชุม จ.ยโสธร สูญหายตาม บันทึกประจำวัน ข้อที่ 1 ลงวันที่ 22 กันยายน 2562 เวลา 11.46 น. สถานีตำรวจภูธร ต.ลำผักกูด จ.ยโสธร และตามนโยบายข้อสั่งการ ของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีทส.ที่ได้มอบนโยบายการปฎิบัติงานเพื่อป้องกัน การลักลอบขโมยไม้พะยูงของกลางที่เก็บรักษาไว้ตามหน่วยป้องกันรักษาป่า ให้ เร่งรัดติดตามกลุ่มผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้และให้เพิ่มมาตรการป้องกันดูแลไม้พะยูงของกลางที่เก็บรักษาไว้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) สั่งการให้ ตนขยายผล ตรวจสอบข้อเท็จจริง และติดตามดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดมาลงโทษตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ได้ ล่าสุด ตนพร้อมกับ พ.ต.ท.อรรถพล สุตสาย,รอง.ผกก3.บก.ปทส.,พ.ต.ท.รุ่งนิรันดร์ ทองเกษมสกุล ผกก.สภ.ลำผักกูด อ.กุดชุม จ.ยโสธร และพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี,นายประทวน สุระมุล หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยส. 2 (โพนงาม-ดงปอ) นายนิธิโรจน์ จงจิตรกิตติ์ธนา เจ้าพนักงานป่าไม้ชานาญงาน ประจำชุดเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ พยัคฆ์ไพร พร้อม เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ พยัคฆ์ไพร ได้เข้าขยายผลตรวจสอบกรณีไม้ของกลาง โดยละเอียด พบว่าไม้พะยูงของ กลางในคดีได้สูญหาย 33 ท่อน/เหลี่ยม ปริมาตร 2.90 ลูกบาศก์เมตร มูลค่า 1,160,000 บาท

“คณะเจ้าหน้าที่ ได้ใช้เวลาขยายผลสืบสวนสอบสวนจนทราบถึงกลุ่มขบวนการลักลอบ ไม้ของกลางของหน่วยๆ โดยมีข้อมูลชัดเจนว่ามี เจ้าหน้าที่ของหน่วยป้องกันรักษาป่า (ยส2) มีส่วนรู้เห็นและเกี่ยวข้องด้วย ประกอบด้วยนายสุระศักดิ์ ชื่นตา ผู้ช่วยพนักงานพิทักษ์ป่า(พร.) และนายสุพัฒน์ แก้วอ่อน ผู้ช่วยพนักงานพิทักษ์ป่า(พร) โดยพฤติกรรมมีการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปี หรือปรับตั้ง แต่ 2,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบัง ทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางจำคุก ตั้งแต่ 5 – 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 100,000 – 400,000 บาท”นายชีวะภาพ กล่าว

นายชีวะภาพ กล่าวว่า คณะเจ้าหน้าที่จึงลงความเห็นร่วมกัน บันทึกเรื่องราวดังกล่าวเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงาน สอบสวนสถานีตารวจตำบลคำผักกูด เพื่อดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายต่อไปโดยตนเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ และจะเสนอให้หน่วยต้นสังกัดๆพิจารณาดำเนินการโทษทางวินัย ตามระเบียบพร้อมกัน ซึ่งพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นายที่ได้รับคำสั่งภาระกิจ เข้าเวรยามพร้อมกันในวันเวลาดังกล่าวโดยทางหน่วยงานๆได้มีการวางระบบการรายงานสถานการณ์แต่ช่วงเวลา โดยให้รายงานเข้าทางไลน์กลุ่มเวรยาม ของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7(สาขาอุบลราชธานี) โดยการรายงานจะแจ้งสถานการณ์และมีภาพประกอบ แต่จากการตรวจสอบพบข้อมูลชัดเจนว่า ไม้พะยูงของกลางหายไปช่วง ตั้งแต่เวลา 00.30-03.00 น ของวันที่ 21 กันยายน 2562 เป็นช่วงที่เวลาเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นายปฎิบัติงานเวรยาม แต่จากการตรวจสอบการายงานพบว่า ทั้งสองได้เตรียมถ่ายภาพ ที่มีรูปกองไม้ที่หายไปและรูปของทั้ง 2 นาย โดยถ่ายเก็บไว้หลายๆภาพ และนำมาประกอบการรายงานช่วงที่คาดว่าไม้หายตั้งแต่ 00.30, 02.06,04.00,และ 06.00น ต่อเนื่องกันถึง 4 ครั้งติดต่อกัน โดยรายงานว่า สถานการณ์ปกติ ทั้งที่ขณะนั้นสถานการณ์ไม่ปกติ

ผู้อำนวยการสำนักป้องกันฯ กรมป่าไม้ กล่าวว่า กรณีนี้มีพยานบุคคลที่เชื่อถือได้หลายปากให้การตรงกันว่า พบเห็นรถยนตร์ปิคอัพ ต้องสงสัยวิ่งเข้ามาในหน่วยๆพร้อมกลุ่มผู้ชายหลายคนช่วยกันขนไม้พะยูงของกลางโดยได้ยินเสียงชัดว่ามีการขนไม้ออกจากหน่วยๆช่วงเวลา 00.30-03.00น โดยพยานให้การว่ามีการเปิดเพลงเสียงดัง จนทำให้เข้าใจว่ามีงานเลี้ยง หรือมีการไปตรวจยึดจับไม้มาด้วยซ้ำ แต่เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นายให้การยืนยันว่าไม่ได้ยินอะไรและอ้างว่าหลับไป แต่คณะเจ้าหน้าที่ขยายผลตรวจสอบพบข้อมูลพบว่าเป็นการวางแผนการมาเป็นอย่างดี เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มขบวนการเข้าลักลอบขโมยไม้พะยูงของกลาง และชุดปฎิบัติการๆทำงานยังคงเกาะติด กลุ่มขบวนการที่เป็นบุคคลภายนอกอยู่ โดยมีข้อมูลว่าไม้ของกลางดังกล่าวยังคงถูกกลุ่มขบวนการเก็บซุกซ่อนอยู่ใน ท้องที่ใกล้เคียงกันและ คณะเจ้าหน้าที่กำลังขยายผลต่อกลุ่มขบวนการ ให้ถึงที่สุดต่อไปสำหรับ สำหรับการขยายผลแจ้งความดำเนินคดีด้วยข้อหาหนัก เพื่อเป็นการป้องปรามการดูแลรักษาไม้ของกลางให้มีประสิทธิภาพ และเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับเจ้าหน้าที่หน่วยอื่นๆของ กรมป่าไม้

