กำหนดเวลารถใหญ่วิ่งกรุงเทพชั้นในแก้ฝุ่นพิษ 6 ล้อ 1.4 แสนคัน ควันดำไม่ผ่าน 6.3หมื่นคัน

3.10.19 | 18:09 น.

พร้อมกำหนดเวลารถใหญ่วิ่งกรุงเทพชั้นในแก้ฝุ่นพิษ

เมืาอวันที่ 3 ตุลาคม นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เป็นประธานการประชุมเตรียมการดำเนินงานในการแก้ปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง PM 2.5 ร่วมกับ กองบังคับการตำรวจจราจร กรมการขนส่งทางบก กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรุงเทพมหานคร และ 5 จังหวัดปริมณฑล ได้แก่ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร และสมุทรปราการ

นายประลอง กล่าวว่า ในประเด็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในสถานการณ์วิกฤตด้านฝุ่นละออง มีการยกระดับแผนการดำเนินงานอย่างเร่งด่วนตาม 3 มาตรการหลัก คือ 1. การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ช่วงวิกฤต 2. การป้องกันและลดการเกิดมลพิษต้นทาง (แหล่งกำเนิด) และ 3.การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษ รวมถึงการบูรณาการประสานงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น

นายประลอง กล่าวอีกว่า สำหรับการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรุงเทพมหานคร จะดำเนินการติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศที่สามารถตรวจวัดฝุ่นละออง PM 2.5 ให้ครบ 50 เขต ภายในเดือนธันวาคม 2562 จากเดิม 24 สถานี มีการบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษอย่างเข้มงวด ทั้งจากการก่อสร้าง การเผาในที่โล่ง และการตรวจวัดควันดำรถยนต์ ในส่วนกองบังคับการตำรวจจราจร ได้มีการตั้งจุดตรวจ 20 จุด เพื่อคัดกรองยานพาหนะที่มีควันดำ โดยมีการตั้งด่านตรวจในเวลา 10.00 – 14.30 น. ที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2562 มีการตรวจตาม พ.ร.บ.ขนส่งทางบก รถบรรทุก รถโดยสาร 6 ล้อ ขึ้นไป ตรวจ 140,306 คัน ไม่ผ่าน 63,921 คัน และมีการตรวจตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก รถยนต์ 4 ล้อ ตรวจ 67,051 คัน ไม่ผ่าน 26,886 คัน คิดเป็นร้อยละ 44 และได้กำหนดเวลาห้ามรถบรรทุกวิ่งเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน เวลา 06.00 – 10.00 น. และ 15.00 – 21.00 น. นอกจากนี้ ยังร่วมกับกรมการขนส่งทางบก เข้มงวดตรวจจับควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะ กำหนดตรวจเดือนละ 8 ครั้ง 16 จุด โดยเฉพาะในพื้นที่เขตจตุจักร พระราม 7 และดินแดง

Advertisement

อธิบดีคพ. กล่าวว่า ด้านองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เร่งดำเนินการลดปริมาณฝุ่นละอองที่เกิดจากรถโดยสาร โดยมีมาตรการป้องกันการเกิดฝุ่นตั้งแต่ตรวจสภาพรถก่อนใช้งาน และเปลี่ยนมาใช้น้ำมันดีเซล B20 เป็นเชื้อเพลิง โดยรถโดยสารก่อนออกจากอู่จะมีการตรวจสอบทุกคัน มีค่า PM 2.5 ไม่เกิน 45 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรและรถร่วมทั้งหมดใช้เชื้อเพลิง CNG ซึ่งเป็นก๊าซธรรมชาติพลังงานทางเลือกใหม่ และในส่วนกรมทางหลวง ประสานงานกับผู้รับเหมาให้ติดตั้งระบบปล่อยฝอยละอองน้ำ (High Pressure Water System) ในพื้นที่ก่อสร้างทุกโครงการเพื่อลดปริมาณฝุ่นละออง รวมถึงจะมีการส่งเสริมให้ผู้ใช้รถส่วนตัวใน กทม. ใช้บัตร Easy Pass และระบบเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ หรือ M-PASS ในเส้นทางออกต่างจังหวัด เพื่อช่วยลดปริมาณมลพิษที่เกิดจากการติดสะสมของปริมาณการจราจรหน้าด่านเก็บเงิน ในส่วนกรมทางหลวงชนบท ติดตั้งระบบดักจับฝุ่นละออง บริเวณสะพานพระพุทธยอดฟ้า สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า สะพานพระราม 7 สะพานภูมิพล และตรวจสอบสภาพรถที่ใช้ในการก่อสร้างซ่อมบำรุงทางหลวงชนบท