“บิ๊กแป๊ะ”สั่งตำรวจทุกหน่วยเกี่ยวข้องร่วมแรงลดฝุ่นละออง PM 2.5

5.10.19 | 15:20 น.

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึง แนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐาน ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและการบูรณาการกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ว่าตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีนโยบายให้ส่วนราชการและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องบูรณาการ ช่วยกันแก้ปัญหา ฝุ่นละอองที่เกินมาตรฐาน PM 2.5 ตามพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ


พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สอดรับนโยบายของนายกรัฐมนตรีฯ โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ลงไปกำกับดูแล กำชับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกภาคส่วน พร้อมด้วย พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งรับผิดชอบดูแลงานจราจรทั้งประเทศ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์  พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ร่วมกับ กทม., กรมควบคุมมลพิษ, กรมเจ้าท่า, กรมขนส่งทางบก, กรมโรงงานอุตสาหกรรม, ขสมก., ข้าราชการตำรวจในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ กองบังคับการตำรวจจราจร เพื่อหาแนวทางแก้ไขสภาพปัญหาที่เกี่ยวข้อง ตามสาเหตุหลักอาทิ เช่น 1.ปัญหา จร. การนำรถที่มีสภาพเครื่องยนต์ไม่พร้อมก่อให้เกิดควันดำมาใช้บนถนน 2.การเผาในที่โล่งในภาคเกษตรกรรม 3.การปล่อยมลพิษทางอากาศของภาคอุตสาหกรรม 4.การก่อสร้างและผังเมืองที่ไม่มีคุณภาพ เป็นต้น

โดยในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีข้อสั่งการมาตรการในการป้องกันตามนโยบายของท่านนายกฯ ในเรื่องนี้คือ 1.ให้กองบัญชาการที่เกี่ยวข้องเพิ่มมาตรการตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายกับรถควันดำบรฝนท้องถนน 2.ให้ บช.ก.(ปทส.)เพิ่มมาตรการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการโรงงานที่มีลักษณะการปล่อยการมลพิษทางอากาศ 3.ให้เพิ่มมาตรการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายผู้กระทำความผิดลักลอบเผาพืชไร่และพื้นที่เพาะปลูกเพือทำการเกษตร

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ห่วงใยสุขภาพของพี่น้องประชาชน จึงกำชับให้ทุกหน่วยร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการการลดฝุ่นละอองให้เป็นรูปธรรมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง และให้กองบัญชาการทุกพื้นที่ที่เกี่ยวข้องทำการบูรณาการกับทุกภาคส่วน อาทิ กรุงเทพมหานคร ,กรมควบคุมมลพิษ ภาคเอกชน รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ร่วมกันแก้ไขปัญหาหมอกควัน และค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เกินกว่าค่ามาตรฐานในพื้นที่ที่มีปัญหามลพิษฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งพบว่ามีสาเหตุมาจากหลายสาเหตุ

Advertisement

อีกทั้งให้เจ้าหน้าตำรวจในพื้นที่ออกตรวจตราป้องกันเหตุร้ายเหตุด่วน พร้อมประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชน งดการเผาในที่โล่งเพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง ในกรณีที่ประชาชนอยู่ในพื้นที่ที่ปริมาณฝุ่นละอองมีผลกระทบต่อสุขภาพ ขอให้หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายและการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรสวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก รวมทั้งหากสังเกตพบอาการผิดปกติ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจไม่ออก คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ แน่นหน้าอกเป็นต้น ควรรีบไปพบแพทย์หรือสถานพยาบาลใกล้บ้าน  อีกทั้งหากพบเหตุเพลิงไหม้ หรือไฟป่า สามารถแจ้งเหตุได้ตามสถานีตำรวจใกล้บ้านท่าน หรือหมายเลขสายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชม.