เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 ตุลาคม ที่ สน.จรเข้น้อย พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น. พร้อม พ.ต.อ.พงษ์จักร จักษุรักษ์ ผกก.สน.จรเข้น้อย, พ.ต.ท.ธเนศ ศรีจำปา รอง ผกก.สส.สน.จรเข้น้อย แถลงการจับกุมนายฉัตรชัย ปรุงสุข หรือ เบิร์ด อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาที่ต่อยหน้า น.ส.เอ (นามสมมุติ) และใช้ประแจทุบกระจกหน้ารถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีดำ ทะเบียน 5 กท 5044 กทม.ของผู้เสียหาย ระหว่างขับมาในซอยลาดกระบัง 54 เนื่องจากนายฉัตรชัยได้ขี่จักรยานยนต์คร่อมเลนแล้วไม่พอใจที่ถูกผู้เสียหายตอกไฟหน้ารถใส่ ก่อนจะรีบขี่รถหลบหนีไปและถูกตามจับได้ที่ห้องพักชั้น 1 ของโครงการบ้านเอื้ออาทร 2 ถนนประชาพัฒนา แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กทม.โดยตรวจยึดจักรยานยนต์ของกลาง ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีน้ำตาลดำ ทะเบียน ฬษก 203 กรุงเทพมหานคร พร้อมประแจเบอร์ 23 ที่ใช้ทุบรถ พล.ต.ต.อิทธิพลกล่าวว่า สำหรับคดีที่เกิดขึ้นนั้น ภายหลังมีคลิปเผยแพร่บนโลกโซเชียลและมีสื่อนำเสนอเรื่องราวแล้ว ตำรวจก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะเป็นการทำร้ายร่างกายผู้หญิงซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมเฝ้าจับตามอง จากเรื่องเล็กอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ วันนี้จึงพาผู้เสียหายมาพูดคุยกับผู้ต้องหาถึงสิ่งที่ได้กระทำไป ทั้งนี้ จากการสอบถามญาตินายฉัตรชัย ทราบว่าเจ้าตัวเคยถูกรุมทำร้ายร่างกายเมื่อ 4-5 ปีมาแล้ว จนมีอาการหวาดระแวงผู้คน มักจะพูดจาวกวน ซึ่งกำลังตรวจสอบอยู่ว่าเคยเข้ารับการรักษาหรือไม่ ส่วนเรื่องข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น และทำให้เสียทรัพย์ ก่อนคุมตัวฝากขังศาลมีนบุรีต่อไป นายฉัตรชัยกล่าวยอมรับผิดกับสิ่งที่กระทำไป และขอชี้แจงว่าในวันเกิดเหตุฝ่ายคู่กรณีขับรถจี้ท้ายมาจนเกิดอารมณ์ชั่ววูบ มีอารมณ์ร้อน แม้จะไม่มีการยั่วยุจากฝ่ายตรงข้ามหรือขับขี่ปาดกันจนไปก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งตอนแรกไม่ทราบว่าเป็นผู้หญิง ยืนยันว่าไม่ได้เสพยาเสพติดหรือดื่มแอลกอฮอล์ ด้าน น.ส.เอ ผู้เสียหาย กล่าวว่า วันเกิดเหตุไม่ได้ขับจี้ท้ายตามที่นายฉัตรชัยกล่าวไว้ ซึ่งเมื่อพูดคุยกับนายฉัตรชัย แล้วรู้สึกว่ามีอาการไม่ปกติ ควรเข้ารับการรักษากับแพทย์จริงๆ แม้ตนจะไม่ได้โกรธ แต่ยืนยันว่าจะดำเนินคดีเหมือนเดิม เพราะตอนนี้ยังรู้สึกหวาดระแวงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมนายฉัตรชัย ได้ในห้องพัก พบว่าภายในห้องเก็บกวาดสะอาดมาก ชนิดที่ว่าผู้ชายคนเดียวไม่น่าจะทำได้ และเมื่อถูกจับกุมมา นายฉัตรชัยมีอาการระแวง เพียงแตะตัวก็มาอาการตกใจรุนแรง รวมถึงไม่ยอมดื่มน้ำที่ตำรวจจัดไว้ให้ดื่ม

