อลังการประเทศไทย ฟูมฟัก งู-เหี้ย ดีที่สุดในโลก อุทยานฯทุ่มดูแลสัตว์แก้ปัญหา-ของกลางเดือนละ 2 แสน
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากการลงพื้นที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จ.ราชบุรี โดยสถานที่ดังกล่าวเป็นที่รองรับและเลี้ยงดูสัตว์ป่าของกลาง ซึ่งได้มาจากการเข้าไปช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ขณะที่มีการซื้อขาย หรือกระทำผิดกฏหมายว่าด้วยพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และสัตว์ป่าแก้ปัญหา ซึ่งเป็นสัตว์ที่ประชาชนแจ้งว่าไปสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ โดยเฉพาะ งูและเหี้ย ซึ่งพบว่าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางและพื้นที่ใกล้เคียงนำงูและเหี้ยมาส่งให้สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสนดูแลเกือบทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า 10 ตัว

นายวินันท์ วิระนะ หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตวป่าเขาสน ให้สัมภาษณ์ว่า เวลานี้สถานีดูแลงูเหลือม งูหลาม งูเห่า งูสิง และงูพันธุ์ต่างประเทศ ที่เป็นสัตว์ของกลาง 626 ตัว และเหี้ย 66 ตัว และงูเหลือม งูหลามที่เป็นสัตว์แก้ปัญหา 1,007 ตัว เหี้ย 504 ตัว โดย 4-5 ปี ก่อนหน้านี้ งูและเหี้ยที่เป็นสัตว์แก้ปัญหาจะมีมากกว่านี้ เนื่องจากมีประชาชนแจ้งให้เจ้าหน้าที่ไปจับกันเยอะ แต่ต่อมามีปริมาณลดลง อาจจะเป็นเพราะประชาชนเริ่มมีความเข้าใจมากขึ้น ว่าความจริงแล้วสัตว์พวกนี้ โดยเฉพาะตัวเหี้ย ไม่ได้เป็นอันตราย ถ้าไม่ไปรบกวน หรือก่อกวนพวกมันก่อน แต่งู โดยเฉพาะงูเหลือม งูหลามนั้นยังมีเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ
“อย่างไก็ตาม ในหลายพื้นที่ตัวเหี้ยก็ถือเป็นสัตว์ที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญ และสร้างความเสียหายให้ประชาชนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะพื้นที่ จ.สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ที่ชาวบ้านเลี้ยงปู เลี้ยงปลาในกระชัง เหี้ยก็จะเป็นศัตรูหมายเลข 1 ที่เข้าไปขโมยปู ขโมยปลาของชาวบ้านกิน ซึ่งพวกมันจะมีวิธีการล่อเอาปูขึ้นมากินแบบชาญฉลาดอย่างมาก โดยการเอาหางแหย่ลงไปในน้ำให้ปูหนีบ เมื่อปูหนีบมันจะงับกินปูตัวนั้นทันที ใครบอกว่าเหี้ยโง่ นี่ผมเถียงเลย เพราะมันมีวิธีการล่าเหยื่อที่ฉลาดอย่างมาก” นายวินันท์กล่าว

หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน กล่าวว่า ทั้งงูและเหี้ยเป็นสัตว์ที่ไม่เป็นที่ต้องการของใคร ใครเห็นมักจะกลัวและรังเกียจก่อนเป็นอันดับแรก แต่ด้วยภารกิจที่ต้องทำหน้าที่ดูแลสัตว์เหล่านี้ทั้งที่ประชาชนร้องเรียนมาและเป็นสัตว์ของกลาง สถานีก็ต้องดูแลให้ดีที่สุดและดูแลไปจนสิ้นอายุขัยทุกตัว โดยปีงบประมาณที่ผ่านมาทางสถานีได้รับงบประมาณในการดูแลสัตว์ทั้งหมดถ้าเฉลี่ยเป็นรายเดือนอยู่ที่ประมาณเดือนละ 200,000-250,000 บาท ทั้งเสือโคร่ง หมี งู เหี้ย และสัตว์อื่นๆ

“ทั้งงูและเหี้ย เราสร้างคอกให้อยู่ แต่ละคอกกว้างประมาณ 2 ไร่เศษ มีรั้วรอบขอบชิด มีสังกะสีอาบมันลื่นๆกันเอาไว้ไม่ให้พวกมันออกมาข้างนอก พื้นที่ด้านในก็จะเป็นป่าย่อมๆ มีต้นไม้ทั้งไม้พุ่ม ไม้ยืนต้น ไม้คลุมดิน และอ่างน้ำสำหรับคลายร้อน เพราะตัวเหี้ยชอบเล่นน้ำ และสามารถดำน้ำได้นานถึง 3-4 ชั่วโมงด้วยกัน เช่นเดียวกับงูที่ต้องการความชื้นสูงมาก ทั้งงูเหลือม และงูหลาม ถ้าพวกมันแห้งและขาดน้ำเมื่อใดจะเป็นหวัดตายทันที เราจึงต้องมีอ่างน้ำให้ให้ทุกพื้นที่ ส่วนในฤดูร้อน ก็จะสเปรย์น้ำให้ชื้นๆ ตลอดเวลา ตอนกลางวันงูเหลือม งูหลามจะขดตัวรวมๆ กันอยู่รวมๆ กันเป็นก้อนๆ ตามพุ่มหญ้าบ้าง อยู่ในล้อรถยนต์บ้าง ล้อรถยนต์นั้นมีทุกขนาด ทั้งรถสิบล้อ รถยนต์ธรรมดา บางล้อมันจะไปขดรวมกันเป็นร้อยสองร้อยตัวในตอนกลางวัน พอกลางคืนมันก็เลื้อยออกมากินอาหาร ซึ่งอาหารที่เราให้ก็จะเป็นเนื้อหมู เนื้อไก่ หรือลูกไก่ หากเป็นเนื้อไก่ หรือไก่ดิบก็จะประมาณ 500 กิโลกรัม ถ้าเป็นลูกไก่ก็จะประมาณ 2,000 ตัว ให้กินสัปดาห์ละ 1 ครั้ง” นายวินันท์กล่าว
นายวินันท์กล่าวว่า สำหรับตัวเหี้ยที่สถานีดูแลอยู่จะมีลักษณะพิเศษคือ ถ้าเป็นเหี้ยทั่วไปจะไม่ค่อยขึ้นต้นไม้ ต่างจากตัวตะกวดที่ชอบอยู่บนต้นไม้ แต่เหี้ยที่นี่จะชอบขึ้นไปนอนบนต้นไม้มาก ต้นหนึ่งจะมีเหี้ยขึ้นไปจับจองที่นับ 10 ตัว ถ้าเป็นต้นใหญ่ๆ เลยอาจจะเจอเกือบ 30 ตัว บางตัวก็อยู่ในโพลงที่ขุดเอาไว้ หรือไปนอนในน้ำ สำหรับอาหารของเหี้ย เราก็จะให้เนื้อไก่ดิบ โครงไก่ และเนื้อหมู สัปดาห์ละครั้ง ครั้งละ 500 กิโลกรัม หรือบางทีมีวัวควายของชาวบ้านตาย ก็นำซากมาบริจาคให้ทางสถานีนำไปให้เหี้ยกินบ้าง
นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ได้เดินทางลงพื้นที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน เข้าไปดูวิธีการเลี้ยงดูทั้งงูและเหี้ย เพราะก่อนหน้านี้ก็สงสัยเช่นเดียวกันว่าสัตว์ที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้นั้นจะเลี้ยงดูกันอย่างไร ซึ่งมาดูแล้วรู้สึกสบายใจอย่างมากมั่นใจว่าทุกตัวมีความสุขดี รวมทั้งคิดว่าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสนแห่งนี้น่าจะเป็นที่ที่ดูแลทั้งงูและเหี้ยได้ดีที่สุดในโลกแล้ว

“แม้ว่าหลายคนจะตั้งแง่รังเกียจและกลัวอาจจะด้วยรูปร่างหน้าตา แต่โดยธรรมชาติสัตว์พวกนี้ก็มีประโยชน์ในห่วงโซ่อาหาร อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นการดำรงชีวิตพวกเขาเปลี่ยนไป อาจจะเข้ามาใกล้คนมากขึ้น มีการแจ้งขอความช่วยเหลือให้เจ้าหน้าที่เราเข้าไปจัดการ แน่นอนว่า ทส.ในฐานะที่เราดูแลสัตว์ป่าทุกชนิด ซึ่งตัวเหี้ยและงูก็เป็นจำพวกนั้น ในขณะที่เราดูแลประชาชนเราก็ต้องปกป้องชีวิตสัตว์พวกนี้ด้วย ผมไม่อยากจะบอกว่าเป็นการปิดทองหลังพระนะครับ แต่นี่ถือเป็นอีกภารกิจ และความรับผิดชอบหนึ่งของกรมอุทยานแห่งชาติฯเลย ที่ผมว่าเขาทำได้ดี ซึ่งทุกคนที่มาด้วยในวันนี้ ทั้งท่านรองผู้ว่าฯราชบุรีก็เห็นแล้วว่า ทั้งเรื่องอาหารการกิน ลักษณะที่อยู่อาศัยเราดูแลอย่างดี ตามหลักวิชาการ เจ้าหน้าที่มีความรู้ เพราะทุกคนต้องผ่านการอบรม ทั้งหลักสูตรการดูแล การป้องกันตัว การควบคุมสัตว์พวกนี้มาอย่างดี” นายธเนศพลกล่าว
เมื่อถามว่า เป็นไปได้ไหมที่จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม นายธเนศพลกล่าวว่า อาจจะต้องพิจารณาร่วมกันอีก เพราะพื้นที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน คนเข้ามามากๆ อาจจะรบกวนสัตว์ได้ แต่หากเป็นสถานศึกษา หรือนักวิจัยที่จะมาเก็บข้อมูล หรือดูงานให้ทำหนังสือขออนุญาตเข้ามาเจ้าหน้าที่ก็จะพิจารณาตามความเหมาะสม
https://www.facebook.com/MatichonOnline/videos/2470599366340639/

