ฝนหนัก-น้ำท่วม “บิ๊กแป๊ะ”สั่งตำรวจทุกพื้นที่พร้อมช่วยเหลือประชาชน

14.10.19 | 11:40 น.

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผย ตามที่ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศกรมอุตุวิทยา ฉบับที่11 เรื่องสภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน โดยมีผลกระทบตั้งแต่ 13-15 ต.ค. 62  โดยในช่วง 14-15 ต.ค. ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนอง กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่และมีลมกระโชกแรงบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล หลังจากนั้นประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลง


โดยบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะละลง 2-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวนเนื่องจากฝนตกหนักกับลมกระโชกแรงและอุณหภูมิลดลง

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางระลอกใหม่ จากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนในช่วงวันที่ 14-15 ต.ค.นี้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศแปรปรวนโดยมีฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรงในระยะแรก หลังจากนั้นจะมีฝนลดลง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง สำหรับภาคตะวันออกที่ปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2เมตร

ประกอบกับในช่วงนี้เป็นช่วงที่มีการก่อสร้างในหลายพื้นที่ อีกทั้งมีสภาพภูมิอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย อาจจะทำให้ในหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบในการสัญจรไปมา ดังนั้นจึงขอให้พี่น้องประชาชนปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร เพื่อให้การจราจรเกิดความคล่องตัวในการใช้รถใช้ถนน และเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ อีกทั้งขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองด้วย

Advertisement

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบถึงสถานการณ์ดังกล่าว มีความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชน ที่อาจได้รับผลกระทบดังกล่าวต่อเส้นทางการจราจรในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น จุดที่มีน้ำท่วมขัง จุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ และจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในทุกพื้นที่ ออกปฏิบัติหน้าที่ อย่างเคร่งครัด ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเน้นให้มีการบูรณาการกำลังร่วมกันในการอำนวยความสะดวกการจราจรกับกองบังคับตำรวจจราจรกลาง กองบังคับการตำรวจทางหลวง และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ในถนนที่มีการจราจรหนาแน่น เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน สัญจรไปมา และในการเร่งระบายรถ อย่างเต็มกำลังในชั่วโมงเร่งด่วน รวมไปถึงการจัดชุดเฉพาะกิจ เคลื่อนที่เร็วในบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลช่องทางจราจร เคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวาง อาทิ กิ่งไม้หัก ต้นไม้ หรือ เสาไฟฟ้า โค่นล้ม

รวมทั้ง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดขับเคลื่อน ตามนโยบาย ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในการรับมือฝนตกหนัก โดยทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง พลเรือน และจิตอาสา บูรณาการกันแก้ไขปัญหา เช่น เสาไฟฟ้าล้ม ระบบไฟมีปัญหา น้ำท่วมขัง ปัญหาด้านการจราจร เป็นต้น

รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกพื้นที่ออกช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ หรือ ประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที พร้อมกันนี้ได้ฝากขอบคุณ ถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ด้วยความเสียสละและทำงานกันอย่างหนักในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในช่วงที่ผ่านมาซึ่งมีพายุฝน ฟ้า คะนอง บ่อยครั้ง และขอให้พี่น้องประชาชนเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้อีกด้วย

และขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนพี่น้องประชาชนให้ศึกษาข้อมูลสภาพอากาศ เส้นทาง ข่าวสารสภาพการจราจร เตรียมพร้อมรับมือและระมัดระวังอันตรายจากสถานการณ์ภัยทางธรรมชาติ โดยให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนนั้นสามารถรับทราบถึงสถานการณ์ที่ทันต่อเหตุการณ์ รวมไปถึงการสร้างช่องทางการรับรู้ คำแนะนำแก่ประชาชนก่อนและขณะเกิดพายุฝน  ทั้งนี้ ขอความร่วมมือให้ตรวจเช็คสภาพรถ เครื่องยนต์ ,เรือ รวมทั้งสภาพอากาศและเส้นทางก่อนออกเดินทาง เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง และสามารถสอบถามข้อมูลเส้นทางการจราจร หรือ แจ้งอุบัติเหตุ ขอความช่วยเหลือรถเสีย ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้ที่ สายด่วน บก.จร. 1197 ตลอด 24 ชั่วโมง และสำหรับผู้ที่เดินทาง ในพื้นที่ต่างจังหวัด สามารถติดต่อสายด่วน ตำรวจทางหลวง 1193 หรือ 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง