เคล็ดคลีน-ชมชิลชิล เกาะขอบจอลุ้น”ยูโร2016″ สไตล์สุขภาพดี-มันนี่ครบ

13.06.16 | 11:30 น.

คึกคักเข้มข้นขึ้นทุกขณะ ศึกฟาดแข้งชิงความเป็นเจ้าลูกหนังยุโรป การแข่งขัน “ฟุตบอลยูโร 2016” ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา ลากยาวไปจนถึงวันที่ 10 กรกฎาคม 2559 บรรดาเหล่าขุนพล ซุปตาร์แข้งดังจากยุโรปที่มีแฟนชาวไทยคลั่งไคล้ ติดตามเชียร์อยู่จำนวนมาก

เกมเปิดสนาม และแมตช์ประเดิมแต่ละสาย

ตื่นเต้นเร้าใจขนาดไหน แต่ละทีมโชว์ฟอร์มเจ๋งหรือไม่อย่างไร ผ่านสายตาคอบอลไปบ้างแล้ว

แต่เป็นที่ทราบกันดีว่า เวลาในการแข่งขันที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ ตรงกับช่วงกลางคืน ดึกดื่นจนถึงล่วงเลยเข้าวันใหม่อันเป็นเวลานอนของคนไทย ที่สำคัญมีการถ่ายทอดสดติดต่อกันนานหลายวัน ขณะที่ผู้ชมแต่ละคนก็ต้องอดหลับอดนอน บ้างกินดื่มเป็นกับแกล้มคู่เชียร์บอล

แต่ต้องตื่นเช้าไปทำงาน ไปเรียนหนังสือ ฯลฯ กันตามปกติอีก ย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตกันไม่มากก็น้อย

Advertisement

เพื่อเอาใจคอบอลที่อยากดู แต่จะมีวิธีเตรียมความฟิตร่างกายและจิตใจอย่างไร เพื่อให้การดูฟุตบอลทัวร์นาเมนต์นี้ นอกจากได้รับความสนุกสนานแล้ว ยังส่งผลต่อชีวิตด้วย…

วันนี้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จะมาแนะเคล็ดไม่ลับ ดูบอลให้ชิล

ทั้งนี้ มีคำแนะนำเบื้องต้น 4 วิธี คือ 1.หลีกเลี่ยงอาหารทำลายสุขภาพ อาทิ อาหารฟาสต์ฟู้ด 2.ดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลน้อย ที่ดีที่สุดควรเป็นน้ำผลไม้คั้น ไม่เติมน้ำตาล และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ 3.จัดเวลานอนให้เพียงพอ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง จะต้องชมด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ และผู้ทำงานที่มีความเสี่ยงสูง และ 4.สนุกได้ ไม่พนัน

“นพ.สมพงษ์ ชัยโอภานนท์” รักษาการนักวิชาการสาธารณสุขทรงคุณวุฒิ (ด้านโภชนาการ) กรมอนามัย อธิบายให้ฟังว่า ในการดูฟุตบอลยูโร ประชาชนควรวางแผนการดูไว้ล่วงหน้า ว่าจะดูช่วงวันไหน คู่ไหนบ้าง และเพื่อการมีสุขภาพดี มีคำแนะปฏิบัติ 5 ประการ คือ 1.ในขณะนั่งชมโทรทัศน์ให้อยู่ในระดับสายตา ไม่ใกล้เกินไป ไม่ควรนั่งชมในที่มืด ต้องเปิดไฟลดความจ้าของแสงโทรทัศน์เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดกับตา 2.รับประทานอาหารอย่างมีสติ ไม่ควรทานจุกจิกหรืออาหารฟาสต์ฟู้ด เพราะไม่เพียงจะส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาว แต่ยังเป็นการเพิ่มน้ำหนักตัวอีกด้วย เนื่องจากอาหารเหล่านี้อุดมไปด้วยไขมัน คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน หากร่างกายได้รับในปริมาณมากเกินความต้องการของร่างกายจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ตามมาได้ อาหารที่แนะนำ ได้แก่ โจ๊ก น้ำเต้าหู้ไม่หวานมากนัก หากเป็นขนมขบเคี้ยวก็ทานได้บ้าง

3.เลือกซื้ออาหารประเภทผลไม้ให้พลังงานไม่มากไว้ทาน เช่น ฝรั่ง แอปเปิ้ล ชมพู่ มะม่วง หรือผลไม้ที่ช่วยในการขับถ่าย เช่น ส้ม มะละกอ สับปะรด เพราะการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจส่งผลต่อระบบขับถ่ายได้ 4.ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และ 5.ควรเคลื่อนไหวร่างกายระหว่างดูบอลบ้าง เช่น ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ลุกเดินบ้าง ผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกส่วน ทั้งกล้ามเนื้อแขน ขา คอ และหลัง จะทำให้รู้สึกสบายขึ้นในขณะนั่งชมฟุตบอลตลอดรายการ

สำหรับเมนูอาหารที่ไม่แนะนำให้ทานระหว่างการชมบอลยามค่ำคืน ยกตัวอย่าง น้ำอัดลมแบบสีดำ โดยปริมาณ 250 กรัม จะทำให้ได้พลังงานถึง 93 กิโลแคลอรี มีน้ำตาลถึง 23.5 กรัม น้ำอัดลมแบบน้ำสี ปริมาณ 250 กรัม มีพลังงาน 139 กิโลแคลอรี มีน้ำตาล 35.2 กรัม ข้าวโพดเคลือบคาราเมล ปริมาณ 55 กรัม พลังงาน 240 กิโลแคลอรี น้ำตาล 24 กรัม ไขมัน 4 กรัม โซเดียมอีก 320 กรัม มันฝรั่งทอดกรอบ ปริมาณ 38 กรัม พลังงาน 200 กิโลแคลอรี น้ำตาล 1 กรัม ไขมัน 11 กรัม และโซเดียม 170 มิลลิกรัม ฯลฯ อาหารมีน้ำตาลและไขมัน รวมทั้งโซเดียมสูงๆ ย่อมก่อให้เกิดโรคเรื้อรัง ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิต ฯลฯ

ส่วนเมนูอาหารที่แนะนำให้รับประทานแทน เนื่องจากมีน้ำตาลและไขมันน้อยกว่า อย่าง สลัดผักธัญพืช 1 จาน มีพลังงาน 193 กิโลแคลอรี มีโปรตีน 3.7 กรัม ไขมัน 10.51 กรัม ใยอาหาร 4.5 กรัม น้ำตาล 4.9 กรัม และโซเดียม 411.3 มิลลิกรัม หรือจะเลือกรับประทานสลัดผลไม้ก็ได้ เพราะยังได้กากใย ช่วยระบบขับถ่าย

นอกจากนี้ ยังมีพวกเมล็ดแตงโม เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง ดื่มน้ำสมุนไพร น้ำเต้าหู้ แทนพวกเครื่องดื่มผสมน้ำตาล หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

ขณะที่ นพ.วิชาญ ปาวัน ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ขอให้ดูบอลอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้โรคกำเริบ จึงควรหาเวลานอนในช่วงพักกลางวันระหว่างอยู่ในที่ทำงาน และควรนอนตั้งแต่หัวค่ำ ก่อนการดูบอลในตอนดึก อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงในวันที่ไม่มีการแข่งขัน เลือกดูเฉพาะคู่ที่ชอบ และควรพักสายตาระหว่างพักครึ่งเวลาของการแข่งขัน โดยประชาชนควรเตรียมความพร้อมร่างกายด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายปรับสภาพและสามารถชมการแข่งขันได้ตลอดระยะเวลาของการถ่ายทอด

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า นอกจากสุขภาพกายแล้ว สุขภาพจิตก็เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากการดูฟุตบอล สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคือ มักมากับการพนัน จุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการพนันของคนคือ คิดว่าเล่นเพื่อความสนุกสนาน แต่เมื่อนานๆ เข้าก็เกิดเป็นการติดพนัน จนกลายเป็นโรคติดพนัน ถือเป็นโรคจิตเวชอย่างหนึ่ง เป็นการเจ็บป่วยทางจิต มีอาการไม่สามารถควบคุมความต้องการการเล่นพนัน และไม่สามารถหยุดเล่นได้ มีผลแม้กระทั่งไม่กินอาหาร อดนอน ลืมภารกิจสำคัญ ในวัยผู้ใหญ่ เช่น การรับลูกกลับจากโรงเรียน หรือในวัยรุ่นอาจมีผลต่อการเรียน ในด้านการงานและชีวิต เช่น ถึงขั้นล้มละลายหย่าร้าง โกหก ขโมย และร้ายที่สุดอาจถึงขั้นฆ่าตัวตาย

ข้อมูลกรมสุขภาพจิตพบว่า การพนันมีส่วนทำให้เด็กมีโอกาสติดเหล้า 5 เท่า การพนันนำไปสู่การติดยาเสพติดถึง 6 เท่า การพนันก่อให้เกิดความรุนแรงและการใช้อาวุธ 6 เท่า และยังทำให้มีโอกาสสูบบุหรี่ 3-10 เท่า เป็นหนี้และอาจก่อปัญหาอาชญากรรม มีภาวะซึมเศร้า จนมีโอกาสฆ่าตัวตายสูงถึง 4 เท่าตัว

อย่างไรก็ตาม จากสายด่วนสุขภาพจิตเลิกพนัน 1323 เปิดให้คำปรึกษาฟรีตลอด 24 ชั่วโมง พบว่า มีกลุ่มโทรเข้ามาปรึกษาจำนวนมาก และส่วนหนึ่งเข้ารับการรักษา โดยเฉลี่ยเข้ารับการรักษาปีละ 500 กว่าราย โดยร้อยละ 80 จะรักษาในรูปแบบจิตสังคมบำบัด อีกร้อยละ 20 รักษาด้วยยา เนื่องจากมีภาวะซึมเศร้าและอารมณ์หงุดหงิดจากความต้องการเลิกร่วมด้วย

พญ.พรรณพิมลกล่าวทิ้งท้ายว่า จริงๆ แล้วการติดการพนันจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มร้อยละ 95 กลุ่มชอบเล่นการพนัน กลุ่มนี้ยังไม่ถึงขั้นเป็นโรคติดการพนัน กลุ่มนี้เล่นเพื่อความสนุกสนาน ส่วนใหญ่สามารถจำกัดจำนวนเงินในการเล่นได้ หยุดได้เมื่อถึงจุดที่ตั้งไว้ไม่ว่าแพ้หรือชนะ อาจเล่นปีละครั้ง เดือนละครั้ง โดยไม่ได้มีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันใดๆ เลย เรียกว่ามีภูมิต้านทานอยู่

แต่อีกกลุ่มพบร้อยละ 5 เป็นกลุ่มมีปัญหาจากการเล่นพนัน และลุกลามไปสู่โรคติดการพนันได้ กลุ่มนี้จะหยุดเล่นไม่ได้ เริ่มมีปัญหากับครอบครัว ส่งผลกระทบต่างๆ อย่างไรก็ตาม เราไม่จำเป็นต้องให้ถึงขั้นเป็นโรคติดการพนัน จะดีกว่าหรือไม่ หากไม่เริ่มลองเล่นเลย เนื่องจากแค่ลองเล่นเพียงครั้งเดียว ก็มีโอกาสติดได้ ไม่แตกต่างจากการลองยาเสพติด แม้เพียงนิดหนึ่งก็สามารถติดยาเสพติด และส่งผลกระทบต่อชีวิตได้ ทั้งชีวิตตัวเอง ครอบครัว และเศรษฐกิจ

มหกรรมการแข่งขันยูโร 2016 เพิ่งเริ่มต้น

สำหรับคอบอลแล้ว มีความสนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ ในเกมการแข่งขัน แต่จะสนุกและชิลมากขึ้นได้โดยไม่เสียสุขภาพและกระเป๋าฉีกได้อย่างไร

คู่มือคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุขเป็นอีกลายแทงคำตอบในฤดูกาลแห่งความสุข 1 เดือนเต็ม ของการลุ้นเกาะติดขอบจอยูโร 2016