กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Jatenipat Rock โพสต์คลิปเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่ตนถูกโชเฟอร์แท็กซี่รายหนึ่งที่ด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ก่อนจะถูกชกต่อยจนได้รับบาดเจ็บภายในสนามหลวง สาเหตุเกิดจากโชเฟอร์แท็กซี่ไม่พอใจ และกล่าวหาว่าผู้โพสต์คลิปได้ขับรถบรรทุก 6 ล้อปาดหน้า
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 16 ตุลาคม ที่ สน.ชนะสงคราม นายเจตนิพัทธิ์ วิกรมจิรสิทธิ์ อายุ 40 ปี เจ้าของธุรกิจรับเหมาจัดเต้นท์ผ้าใบที่ถูกต่อยในสนามหลวง พร้อมนายสมหมาย แซ่เอี้ยว อายุ 30 ปี โชเฟอร์แท็กซี่สีเหลือง ทะเบียน ทก5670 กทม. ที่เคยถูกโชเฟอร์ในคลิปเตะรถ เข้าให้ปากคำต่อ พ.ต.ท.ภูวดล อุ่นโพธิ รอง ผกก.จร.สน.ชนะสงคราม และร.ต.อ.ทวีวัฒน์ ธนนมรงค์วัฒนกุล รอง สว.(สอบสวน) สน.ชนะสงคราม พร้อมมอบหลักฐานภาพคลิปให้เป็นหลักฐาน
นายสมหมาย กล่าวว่า ตนมาเป็นพยานอีกเสียงเพื่อยืนยันว่าหนุ่มคนที่ถูกโชเฟอร์รายนี้ต่อยในสนามหลวงไม่ได้เป็นคนผิด ซึ่งกรณีที่เคยเกิดขึ้นกับตนเองเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานั้น ระหว่างตนขับรถกลับจากบ้านที่ จ.ราชบุรี มาตามเส้นทางถนนบรมราชชนนี ขาเข้า ได้พบแท็กซี่เหลืองทะเบียน ทส 7771 กทม. ขับปาดหน้าเข้ามาช่วงขึ้นทางยกระดับ ก่อนที่จะจอดรถข้างทาง แล้วโชเฟอร์ซึ่งเป็นบุคคลลักษณะเหมือนกับในคลิปที่เผยแพร่บนโลกโซเชียล ได้ลงจากรถมาทุบและเตะรถตนที่ฝั่งคนขับจนเกิดรอยบุบและมีรอยฝ่ามือบนกระจก ทำให้ตนสงสัยว่าเพราะเหตุใดต้องทำเช่นนี้ ทั้งที่ฝั่งคู่กรณีก็มีผู้โดยสารชาวต่างชาตินั่งมาด้วย และยังขับรถน่าหวาดเสียวทำให้รู้สึกเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย โดยหลังเกิดเหตุก็ได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สน.ธรรมศาลา เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ขณะที่นายเจตนิพัทธิ์ วิกรมจิรสิทธิ์ อายุ 40 ปี เจ้าของธุรกิจรับเหมาจัดเต้นท์ผ้าใบที่ถูกต่อยในสนามหลวง กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้รวมตัวกับกลุ่มผู้เสียหายอีก 4 กรณี ซึ่งเคยประสบเหตุลักษณะเดียวกันในระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายนที่ผ่านมา เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบพฤติกรรมโชเฟอร์ดังกล่าวที่มักจะท้าผู้อื่นต่อยตีตามในคลิป ยืนยันว่าตนไม่ได้ไปหาเรื่องกับโชเฟอร์ตามที่ถูกกล่าวหา เนื่องจากตนเองได้ขับรถบรรทุกที่มีขนาดใหญ่ จะไปจอดขวางถนนเพื่อลงไปพูดคุย นำรถไปจอดในสนามหลวงบริเวณที่จะไปจัดเต้นท์ จากนั้นตนจึงเดินข้ามฝั่งถนนไปพูดคุยถึงสาเหตุว่าอะไรที่ทำให้โชเฟอร์ไม่พอใจ กระทั่งถูกต่อยและปัดโทรศัพท์ตกจึงไม่มีภาพหลักฐานในขณะนั้น อย่างไรก็ตาม ตนจะเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาตามที่มีข่าวไปว่า โชเฟอร์ได้มาแจ้งความตนไว้ พร้อมกับปรึกษาทนายความเพื่อแจ้งความโชเฟอร์กลับ ฐานแจ้งความเท็จ
ด้าน พ.ต.ท.ภูวดล กล่าวว่า อาชีพโชเฟอร์แท็กซี่ซึ่งทำงานบริการ ควรพูดจาสุภาพและประพฤติตัวให้เหมาะสมเพื่อรองรับผู้โดยสาร แต่คลิปที่ปรากฎดังกล่าวจะเห็นว่าโชเฟอร์รายนี้ด่าทอด้วยถ้อยคำไม่สุภาพ ขณะนี้ยังพบอีกว่าโชเฟอร์แท็กซี่รายดังกล่าวมีพฤติกรรมซ้ำซาก จากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อส่งไปยังกรมการขนส่งทางบก ตรวจสอบความเหมาะสมผู้ขับขี่และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป เนื่องจากตำรวจไม่มีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

