จับแล้วหนุ่มขายข้าวแกง อ้างเงินไม่พอใช้ล้วงเป๋าตังค์นักท่องเที่ยวบีทีเอสอโศก

16.10.19 | 15:27 น.

ตำรวจท่องเที่ยวรวบหนุ่มขายข้าวแกง อ้างมีเงินไม่พอใช้ล้วงเป๋าตังค์นักท่องเที่ยวบีทีเอสอโศก-รวบแก๊งอิเหนารูดเอทีเอ็มปลอม


เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 16 ตุลาคม ที่กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 (บก.ทท.1) พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผบช ทท.พร้อม พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์,พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบช ทท.,พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผบก.ทท.1 ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 2 คดี โดยคดีแรกจับกุมนายเกษมสันต์ จันทะจร อายุ 44 ปี อาชีพขายข้าวแกงตลาดนัด ย่านห้วยขวาง ข้อหาลักทรัพย์ พร้อมของกลางกระเป๋าสตางค์และเงินสด จำนวน 4,600 บาท พร้อมบัตรเครดิต 4 ใบ จับกุมได้บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอโศก

พล.ต.ท.เชษฐา กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสถานีรถไฟฟ้าว่ามีคนร้ายใช้ช่วงเวลาเผลอล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ มีรูปพรรณสันฐานผอม สูง เสื้อขาว อายุ ประมาณ 40 ปี ชาวไทย จึงติดตามตัวคนร้ายระหว่างหลบหนีได้ในที่สุด ตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาต้องคดียาเสพติด เมื่อปี 2558 และต้องโทษคดีลักทรัพย์ในเวลากลางคืน เมื่อปี 2559 จากการสอบสวนให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุครั้งแรก สาเหตุที่ทำเพราะต้องการเงินนำไปใช้จ่ายส่วนตัวเนื่องจากอาชีพที่ทำไม่พอใช้มีครอบครัวต้องดูแล เบื้องต้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.ท.เชษฐา กล่าวอีกว่า ส่วนคดีที่สองจับแก๊งสกิมเมอร์ชาวอินโดนีเซีย จับกุมนายอเล็กซานเดอร์ เอ็ดดีเลียส อายุ 32 ปี น.ส.เอสตี้ รัสเดียน่า อายุ 33 ปี ข้อหา “ร่วมกันมีบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมหรือแปลงฯ ร่วมกันมีบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น ร่วมกันมีเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับปลอมหรือแปลงบัตรอิเล็กทรอนิกส์” พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง เครื่องบันทึกข้อมูลแถบแม่เหล็ก(เครื่องสกิมเมอร์) 1 เครื่อง บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม 22 ใบ บัตรอิเล็กทรอนิกส์ผู้อื่น 2 ใบ และสลิปที่รูดจากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ 24 ใบ จับกุมได้ในห้องเช่าย่านประตูน้ำ ถนนเพชรบุรี แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กทม.

สืบเนื่องจากธนาคารแจ้งว่ามีคนร้ายใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมรูดซื้อสินค้า จึงได้สืบสวนขยายผลเรื่อยมาจนทราบว่าคนร้ายพักอาศัยบริเวณย่านประตูน้ำ จึงเฝ้าติดตามจนพบคนร้ายดังกล่าว จากการสอบสวนให้การรับสารภาพว่าซื้อข้อมูลจากเว็บไชด์ตลาดมืด แล้วนำข้อมูลลงในแถบแม่เหล็ก แล้วนำไปซื้อสินค้าต่างๆตามห้างสรรพสินค้าดังๆหรือสถานที่คนใช้พลุกพล่านใช้บริการจำนวนมากเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต จากการตรวจสอบผู้ต้องหาได้สร้างความเสียหายไปแล้ว2 ล้านบาท จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

Advertisement