เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ที่อาคารศรีสวรินทิรา โรงพยาบาลศิริราช นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการประจำปี 2559 Siriraj International Conference in Medicine and Public Health (SICMPH) 2016 ในหัวข้อ “Innovation in Health” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสที่ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 มิถุนายน โดยมีนพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) และ ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมเปิดงานดังกล่าว
ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า งานดังกล่าวจะพูดถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบัน ว่ามีความก้าวหน้าอย่างไร และจะนำไปสู่ทิศทางในอนาคตอย่างไร ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ 1. การแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine ) เป็นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลร่วมกับเทคโนโลยีชีวโมเลกุล ทำให้สามารถนำ “อภิมหาข้อมูล” หรือ “Big Data” มาใช้ประโยชน์ในการวินิจฉัยโรค เลือกวิธีการรักษา และทำนายผลการรักษาได้แม่นยำขึ้น ซึ่งปัจจุบันศิริราชมีการดำเนินการลักษณะนี้ เรียกว่า ศูนย์ตรวจสารพันธุกรรม เพื่อตรวจหาคนไข้รายบุคคลว่า มีความไวของยารักษาโรคในแต่ละกลุ่มโรคอย่างไรบ้าง เรียกว่าเป็นการรักษาเฉพาะบุคคลนั่นเอง
ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า 2. การแพทย์ทางไกล (Telemedicine) เทคโนโลยีการสื่อสาร ช่วยเพิ่มศักยภาพการดูแลรักษาได้ในหลายบริบทที่มีข้อจำกัดและเพิ่มความเท่าเทียมให้ผู้ป่วยทุกระดับ ยกตัวอย่าง หุ่นยนต์ผ่าตัดทางไกล ใช้ระบบเทคโนโลยีดาวเทียมในการส่งผ่านข้อมูล สามารถดำเนินการได้แม้อยู่ห่างคนละทวีป ซึ่งศิริราชฯ มีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ศิริราชฯยังอยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานต่างๆ ในการบูรณาการระบบการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน และการส่งต่อข้อมูลจากจุดเกิดเหตุไปยังสถานพยาบาลในเครือข่ายสถานพยาบาล เพื่อการให้คำปรึกษาเบื้องต้น และการเตรียมการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับการส่งต่อให้เหมาะสมทันท่วงที
“3.การแพทย์แห่งอนาคต (Future medicine) ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้การแพทย์แห่งอนาคตไม่ใช่เรื่องนวนิยายวิทยาศาสตร์อีกต่อไป โดยศิริราชได้ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมศึกษาเทคโนโลยีการแพทย์ใหม่ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน อาทิ แว่นตาติด sensor ที่ช่วยให้ผู้ป่วยอัมพาต สามารถบังคับรถเข็น wheel chairให้เคลื่อนที่ไปไหนๆ ได้ตามทิศทางที่ตนเองต้องการ โดยไม่ต้องใช้แขนขาหรือคนช่วยเข็นรถ แต่ใช้เพียงการกลอกตาเท่านั้น รวมทั้งแนวคิดการสร้าง “บ้านเมืองอัจฉริยะ” (smart home / smart city) ช่วยให้ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตามลำพังอย่างมีศักดิ์ศรี” ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ศิริราชมีแผนในการใช้โดรน (Drone) หรืออากาศยานไร้คนขับ เพื่อทางการแพทย์ด้วยหรือไม่ ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า โดรน ถือเป็นเทคโนโลยีอย่างหนึ่งที่สามารถนำมาใช้ทางการแพทย์ได้ อาทิ การออกไปฉายภาพผู้ป่วย เพื่อวินิจฉัยผู้ป่วยเบื้องต้น ซึ่งจะทำให้เมื่อผู้ป่วยมาถึงจะสามารถรักษาได้อย่างรวดเร็ว หรือกรณีเมื่อใช้โดรนถ่ายภาพ แพทย์ที่อยู่ในอาคารก็สามารถให้คำแนะนำกับบุคลากรที่ลงพื้นที่ไปช่วยในเบื้องต้นก่อนได้ แต่ทั้งนี้ ปัจจุบันยังมีกฎหมายเกี่ยวกับการใช้โดรน เพราะจะเป็นการละเมิดสิทธิผู้ป่วยได้



