เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน นายชัยวัฒน์ อนันตศานต์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบการบริหารพัสดุและสืบสวนที่ 3 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เข้าพบ นพ.พีระพงษ์ สายเชื้อ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ขอเอกสารเพิ่มเติมกรณีที่ กทม.เตรียมใช้งบประมาณประจำปี 2559 จำนวน 16.5 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการปรับปรุงห้องทำงานของผู้ว่าฯกทม.และคณะผู้บริหาร กทม. ซึ่งประชาชนตั้งข้อสงสัยถึงความจำเป็นในการใช้งบในครั้งนี้ เนื่องจากคณะผู้บริหารชุดนี้เหลือเวลาปฏิบัติหน้าที่อีก 8 เดือนเท่านั้น ทั้งนี้ นพ.พีระพงษ์ได้นำคณะทำงาน สตง.เข้าตรวจสอบห้องผู้ว่าฯกทม.โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าบันทึกภาพ
นพ.พีระพงษ์เปิดเผยว่า การตรวจสอบของ สตง.ถือเป็นเรื่องปกติ หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลใดๆ ก็สามารถเข้ามาตรวจสอบได้ตลอด ส่วนข้อมูลเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ กทม.ได้ส่งมอบให้ สตง.ไปแล้วส่วนหนึ่ง และจะรวบรวมเอกสารทั้งหมดส่งให้ สตง.ภายในวันที่ 15 มิถุนายนนี้ ส่วนกรณีสัญญาจัดซื้อและรายละเอียดงบประมาณ ขณะนี้สำนักการโยธา (สนย.) อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล ไม่สามารถให้รายละเอียดได้ในขณะนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมห้องไปแล้วหรือไม่ นพ.พีระพงษ์กล่าวว่า มีการดำเนินการแล้ว แต่รายละเอียดต้องรอสำนักการโยธารวบรวมเอกสารชี้แจงขั้นตอนการดำเนินโครงการทั้งหมด
“แต่เท่าที่ทราบในเบื้องต้น โครงการนี้เริ่มจากพบว่าฝ้าเพดานในห้องน้ำถล่ม และเมื่อตรวจสอบโดยละเอียดพบว่ามีท่อและฝ้าเพดานในจุดอื่นๆ ชำรุดด้วย ประกอบกับศาลาว่าการ กทม.แห่งนี้มีอายุกว่า 70 ปี มีการปรับปรุงครั้งใหญ่เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ทั้งนี้จะตรวจสอบใน 2 เรื่อง คือ มีการทุจริตและมีการทำผิดระเบียบ ผิดขั้นตอนหรือไม่” นพ.พีระพงษ์กล่าว
ด้านนายชัยวัฒน์กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า รูปแบบการปรับปรุงตรงตามแบบแปลนและตรงกับรายละเอียดราคากลางในเบื้องต้น ส่วนความเหมาะสมของอุปกรณ์กับราคากลางที่ประกาศไปนั้น สตง.ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง และว่า กรณีที่มีการดำเนินโครงการไปแล้ว และมาประกาศหาผู้รับจ้างทีหลัง ถือว่าผิดขั้นตอน และต้องดูพฤติการณ์ประกอบด้วย ซึ่งภายในสัปดาห์นี้ สตง.จะเรียกพยานบุคคลและพยานเอกสารมาให้ข้อมูลทั้งหมด คาดว่าจะสรุปผลได้ภายในสิ้นเดือนนี้

