เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม พร้อม น.ส.ธันย์ชนก อุปพงษ์ อายุ 19 ปี และ น.ส.มันตา ภูแข็ง อายุ 34 ปี น้าของ น.ส.ธันย์ชนก เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เพื่อขอให้เร่งรัดติดตามคดีที่นายจักรกฤษณ์ แย้มเสม อายุ 37 ปี สามีของน.ส.มันตา ใช้อาวุธปืนยิง น.ส.ฐานิดา ภูแข็ง อายุ 37 ปี พี่สาวของน.ส.มันตา เสียชีวิต และยิงน.ส.ธันย์ชนก ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ในพื้นที่ สน.ท่าข้าม
น.ส.ธันย์ชนก กล่าวว่า นายจักรกฤษณ์ ผู้ก่อเหตุ ได้แต่งงานกับ น.ส.มันตา ที่เป็นน้าของตน มีลูกด้วยกัน 1 คน และเข้ามาอยู่กินกันที่บ้านตน โดยก่อนเกิดเหตุครอบครัวตนได้ทะเลาะกับนายจักรกฤษณ์ ในเรื่องเงินเพราะเศรษฐกิจไม่ดี ธุรกิจคาร์แคร์ของนายจักรกฤษณ์จึงไม่ค่อยมีเงินเข้ามามากนัก กับเรื่องที่หึงหวงน้าสาว กระทั่งวันเกิดเหตุ นายจักรกฤษณ์ ได้มาหาแม่ของตนขณะที่กำลังนั่งคุยกับตนกับน้าสาว ตอนนั้นนายจักรกฤษณ์ ไม่พูดอะไรและหยิบปืนสั้นขนาด .32 ยิงใส่แม่ตนเข้าที่บริเวณหัวคิ้วเสียชีวิต ก่อนหันมายิงตน 2 นัด กระสุนทะลุคอ 1 นัด และเข้าที่ชายโครงซ้ายทะลุหลัง 1 นัด ได้รับบาดเจ็บ แล้วหันไปยิงน้าสาว ซึ่งเป็นภรรยาของนายจักรกฤษณ์ แต่กระสุนด้าน น้าจึงไม่ได้รับบาดเจ็บ
น.ส.ธันย์ชนก กล่าวต่อไปว่า หลังเกิดเหตุ ตนนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนานเกือบ 1 เดือน ส่วนร่างของแม่ได้ทำพิธีฌาปนกิจไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อรักษาตัวจนได้ออกจากโรงพยาบาล ก็พยายามติดตามเรื่องคดี พบว่า นายจักรกฤษณ์ ถูกออกหมายจับแล้วในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา,พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร เมื่อไปติดตามความคืบหน้ากับตำรวจ ก็ได้คำตอบว่าติดตามให้แล้ว แต่ผู้ต้องหาไม่ได้อยู่ในพื้นที่จึงตามจับตัวไม่ได้ แต่ผู้ต้องหาได้โทรมาหาหลานเพื่อให้นำปืนไปมอบให้กับตำรวจ แต่ปืนที่นำไปให้เป็นปืน .38 มม. ซึ่งเป็นคนละกระบอกกับที่ก่อเหตุ หมายความว่า ผู้ต้องหายังมีปืนอยู่ที่ตัว
น.ส.ธันย์ชนก กล่าวว่า ตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ต้องหามีพฤติกรรมเปลี่ยนไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีลักษณะเก็บตัวเงียบ ไม่ยอมออกไปทำงาน ก่อนหน้านี้เคยมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องยาเสพติดและทำร้ายร่างกายน้าสาวอีกด้วย ซึ่งคดีได้ผ่านมาเดือนกว่าแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้า ตนและครอบครัวอยู่กันอย่างไม่เป็นสุข ต้องคอยระแวงระวังอยู่ตลอด กลัวผู้ต้องหากลับมาก่อเหตุอีก
เบื้องต้น พ.ต.อ.สนธยา บัวแพง ผกก.ฝอ.6 บก.อก.บช.น. ได้รับหนังสือดังกล่าวไว้ ก่อนนำส่งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ บช.น. เพื่อรายงานเสนอผู้บังคับบัญชาตามขั้นตอนต่อไป

