หนุ่มอ้างเป็นโมเดลลิ่งหานายแบบ-นางแบบ แคสติ้งโป๊ เปลื่อย เซ็กซี่แล้วขายโซเชี่ยล

25.10.19 | 14:40 น.

รวบหนุ่มอ้างเป็นโมเดลลิ่งหาแคสงานหลอกเหยื่อ โชว์หวิวอัดคลิป เผยแพร่สื่อออนไลน์


เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ในสังกัด แถลงผลปฏิบัติการปราบปรามอาชญากรรม “SEXTORTION” ที่คนร้ายล่อลวงเหยื่อผ่านแชทให้เปลือยกาย แล้วบันทึกภาพนิ่งหรือวิดีโอ เพื่อข่มขู่เรียกค่าไถ่ หากไม่ทำตาม จะเผยแพร่สู่สังคมออนไลน์โดยสามารถจับกุมนายชาณุวัชร แสนสุขเหลือ ผู้ต้องหา อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1507/2562 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2562 พร้อมยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หลายรายการ หลังมีผู้เสียหายถูกคนร้ายหลอกว่าจะพาเข้าวงการบันเทิง โดยลวงให้ถอดเสื้อผ้าโชว์สรีระ ก่อนนำภาพและวีดิโอไปเผยแพร่เรียกเก็บเงินในกลุ่มลับ

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า คนร้ายได้สมัครเฟซบุ๊ก โดยอ้างตัวเป็นโมเดลลิ่งหานางแบบ นักแสดง เข้าวงการบันเทิง ก่อนจะเลือกติดต่อไปยังผู้เสียหายที่เป็นพริตตี้ หรือเน็ตไอดอล ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ชักชวนมาแคสติ้งงาน พร้อมให้แอดไลน์ตัวเองที่ทำปลอมขึ้นมาในชื่อว่า “P” อ้างตัวเป็นสาวประเภท2 และพูดคุยนานเป็นเดือนเพื่อให้เหยื่อตายใจ ก่อนขอดูสัดส่วน สรีระ เพื่อพิจารณาหางานให้แคสติ้ง จนผู้เสียหายยอมถอดเสื้อผ้าให้ดูรูปร่าง บางรายถึงหลอกถึงขั้นให้ทำท่าทางโพสต์เซ็กซี่ อ้างว่านำมาใช้ประกอบการทำงาน ก่อนที่จะนำภาพลับผู้เสียหายเหล่านั้นไปโพสต์ลงกลุ่มลับ คิดค่าสมัครเข้าดูตั้งแต่ 300-500 บาท ซึ่งมีผู้เสียหาย8 คนเป็นเยาวชน2 คน เข้าแจ้งความกับตำรวจ ปอท. ก่อนตำรวจจะติดตามจับกุมตัวไว้ได้ พร้อมตรวจยึดคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือที่มีรูปภาพลับของเหล่าเน็ตไอดอลจำนวนมาก สอบสวนเบื้องต้นภาคเสธ โดยรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง

หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า คนร้ายจะอ้างชื่อว่าเป็นโมเดลลิ่งของบริษัทชื่อดังในวงการ เมื่อตรวจสอบหน้าเฟซบุ๊กก็พบว่ามีการประกาศหานางแบบนักแสดงจริง ประกอบกับการพูดคุยผ่านแอพลิเคชั่นไลน์ที่ทำทีเป็นสาวประเภท2 กว่าครึ่งปี ยิ่งทำให้น่าเชื่อถือและไว้ใจ มีหลายครั้งที่ตนพยายามนัดเจอ แต่ผู้ต้องหาก็บ่ายเบี่ยงทุกครั้ง กระทั่งผู้ต้องหาอ้างขอวิดีโอคอลมาดูว่าตัวจริงตนนั้นเหมือนกับโปรไฟล์ที่ส่งให้หรือไม่ พร้อมถามว่าทำหน้าอกใช่ไหม ซึ่งตัวเองก็ยอมรับ ก่อนจะขอดูหน้าอกว่าใหญ่ เล็กอย่างไร อ้างว่าจะได้หางานให้เหมาะสม ส่วนตัวก็ค่อนข้างปกปิดแล้ว แต่กลับมาทราบจากเพื่อนว่าถูกนำภาพไปขายลงสื่อโซเชียล ยอมรับว่าเครียด และรู้สึกเสียใจ แต่ก็ถือเป็นบทเรียนราคาแพง ว่าจะต้องตรวจสอบให้ดี ไม่ไว้ใจใครง่ายๆ ยืนยันตัวไม่เคยถ่ายภาพอนาจารส่งให้ใคร แต่ภาพที่หลุดไปเป็นภาพที่คนร้ายแอบอัดไว้ขณะวิดีโอคอล และขอให้ผู้เสียหายรายอื่นๆที่ถูกหลอกมาแจ้งความกับตำรวจไว้

เบื้องต้นแจ้งข้อหา “นำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ในลักษณะลามก” กับผู้ต้องหา ตามความผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท และความผิดฐานครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก และผู้อื่นโดยประสงค์เพื่อการค้า ตามกฎหมายอาญา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

Advertisement