เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 13 มิ.ย. ร.ต.ท.ภูวเดช วณิชโยบล รองสว.(สอบสวน)สน.ทุ่งสองห้อง รับแจ้งเหตุมีคนใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิตถายในบ้านเลขที่ 16/133 ซอยวิภาวดีรังสิต 58 แยก 1-2 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. จึงแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบ รุดตรวจสอบพร้อมพ.ต.ท.กฤษณ์พนธ์ เพ็ชรสดศิลป์ รองผกก.สส. ฝ่ายสืบสวนสน.ทุ่งสองห้อง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์นิติเวชรพ.ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นมีขนาดกว่า 100 ตารางวา มีรั้วรอบขอบชิด บนชั้น 2 แบ่งเป็นห้องนอน 3 ห้อง และห้องน้ำ 1 ห้อง ภายในห้องน้ำพบศพ ม.ล.วิตาลี่ เปียตรอวิช ติคามิรอฟ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/133 ซอยวิภาวดีรังสิต 58 แยก 1-2 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. สภาพสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขายาวสีน้ำเงิน มีบาดแผลถูกยิงที่ขมับซ้าย นอนตะแคงงอตัวติดกำแพงจมกองเลือด ใกล้กันพบปืนลูกโม่ขนาด .38 ตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
พ.ต.ท.กฤษณ์พนธ์ เปิดเผยว่า จากการสอบแม่ของผู้ตายทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายอยู่บ้านคนเดียว โดยแม่ของผู้ตายออกไปออกค่ายต่างจังหวัดหลายวันแล้ว วันนี้จึงเดินทางกลับมาถึงบ้านเวลาประมาณ 19.30 น. ขณะที่เดินเข้ามาในบ้านได้ส่งเสียเรียกหาลูกชายแต่ไม่มีเสียงตอบกลับจึงเดินขึ้นไปชั้น 2 เห็นประตูห้องน้ำเปิดอยู่จึงมองเข้าไปเห็นขาผู้ตายนอนอยู่ เห็นปืนและเลือดจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
พ.ต.ท.กฤษณ์พนธ์ กล่าวต่อว่า ผู้ตายเคยไปศึกษาต่อที่ประเทศรัสเซียอยู่หลายปี หลังจากเรียนจบจึงเดินทางกลับมาประเทศไทยเพื่อเปิดร้านอาหารรัสเซียอยู่ที่ย่านทองหล่อ แต่กิจการไม่ดี ประสบภาวะขาดทุน จึงปิดกิจการ เกิดความเครียดซึ่งอาจเป็นสาเหตุสำคัญในการก่อเหตุสลดครั้งนี้ ทั้งนี้จากการตรวจสอบจดหมายลาตายระบุว่าผู้ตายเป็นโรคเครียด โรคซึมเศร้า ประกอบกับกิจการร้านอาหารที่เปิดมา 7 ปีเพิ่งปิดตัวลงเพราะขาดทุน และเป็นหนี้สหกรณ์ จึงตัดสินใจฆ่าตัวตายในที่สุด
ด้านผศ.พญ.ภัทรา นันทวัน อายุ 70 ปี แม่ของผู้ตาย เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายอยู่บ้านคนเดียว ตนเดินทางไปออกค่ายต่างจังหวัดหลายวันแล้ว วันนี้จึงเดินทางกลับมาถึงบ้านเวลาประมาณ 19.00 น. ขณะที่เดินเข้ามาในบ้านได้ส่งเสียเรียกหาลูกชายแต่ไม่มีเสียงตอบกลับจึงเดินขึ้นไปชั้น 2 เห็นกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่หน้าห้องน้ำจึงหยิบมาอ่านพบว่าเป็นจดหมายลาตายจึงเปิดประตูห้องน้ำเห็นลูกชายนอนจมกองเลือดและเห็นปืนจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
ผศ.พญ.ภัทรา กล่าวต่อว่า ลูกชายใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศรัสเซีย หลายปีทั้งเรียนและมีธุรกิจส่วนตัวที่นั่น ลูกชายจึงรักในความเป็นรัสเซียถึงขั้นเปลี่ยนชื่อเป็นรัสเซีย จากชื่อเดิมม.ล.ภาณุพร นันทวัน เปลี่ยนศาสนา และย้อมสีผมให้เหมือนคนรัสเซีย หลังจากนั้นเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ลูกชายกลับมายังประเทศไทยแล้วเปิดกิจการร้านอาหารรัสเซียอยู่ที่ย่านทองหล่อแต่ประสบปัญหาขาดทุนมาโดยตลอด
เบื้องต้นทางญาติไม่ติดใจสาเหตุการตายจึงส่งศพไปชันสูตรหาสาเหตุการตายอีกครั้ง ก่อนมอบญาติไปประกอบพิธีตามหลักศาสนาต่อไป


เครดิตภาพ ร่วมกตัญญู

