เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้ทุกพื้นที่เพิ่มความเข้มในการออกตรวจ
เฝ้าระวังและป้องกันเหตุอาชญากรรม เนื่องในวันลอยกระทงที่ 11 พฤศจิกายน ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากออกมาท่องเที่ยว ลอยกระทง และลอยประทีปโคมไฟตามแม่น้ำลำคลอง สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ มีการจัดกิจกรรม จัดงานแสดงแสง สี เสียง หรืองานเผาเทียนเล่นไฟ ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาการจราจร ปัญหาอาชญากรรม ความเดือดร้อนรำคาญ และอันตรายที่เกิดจากการเล่นดอกไม้เพลิง พลุ ประทัด และโคมลอย รวมถึงกลุ่มมิจฉาชีพที่มักแอบแฝงเข้าไปประทุษร้ายต่อทรัพย์สินของประชาชน ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในทุก ๆ ปี
โดย ผบ.ตร. มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน จึงสั่งการ ไปยังทุกหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้บูรณาการร่วมกับหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน โดยสั่งการให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจตรา และปรากฏกายให้เห็นเด่นชัดตามสถานที่จัดงานประเพณีลอยกระทง หรือสถานที่จัดงานรื่นเริง สถานบันเทิง ชุมชน สวนสาธารณะ ที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวไปร่วมงานเป็นจำนวนมาก รวมถึงพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม เช่น ตู้กดเงินสด (ATM), ร้านสะดวกซื้อ และสถานีบริการเชื้อเพลิง เป็นต้น รวมไปถึงการเฝ้าระวังกลุ่มบุคคลต้องสงสัย บุคคลพ้นโทษ และเยาวชนกลุ่มเสี่ยง ทั้งนี้ ผบ.ตร. ได้กำชับให้ข้าราชการตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่พี่น้องประชาชนด้วยความสุภาพและเหมาะสม
ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอประชาสัมพันธ์และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในการป้องกันอาชญากรรม หรืออันตรายที่มักเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
3 ห้าม คือ 1. ห้ามเล่นดอกไม้เพลิง พลุ ประทัด โคมลอย ในลักษณะสร้างความเดือดร้อนรำคาญ หรืออาจเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน (ฝ่าฝืน จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท)
2. ห้ามยิงปืนขึ้นฟ้าโดยไม่มีเหตุอันควร (มีโทษทั้งจำ ทั้งปรับ)
3. ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทาง ในขณะขับขี่ หรือโดยสาร หรือบนรถ
(ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาตรา 42 จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)
3 ไม่ คือ 1. ไม่ควรแต่งกายล่อแหลมต่อมิจฉาชีพ 2. ไม่ควรปล่อยให้เด็กไปเที่ยวงานตามลำพัง
3. ไม่ควรไปเที่ยวในสถานอโคจร มั่วสุม
3 ควร คือ1. ควรระมัดระวังการใช้บริการโป๊ะ ท่าเทียบเรือ โดยเฉพาะในที่ที่มีคนจำนวนมาก
2. ควรกำชับบุตรหลานให้ระมัดระวังการถูกล่อลวงไปในทางมิชอบ
3. ควรรื่นเริง บนพื้นฐานของการสืบสานประเพณีไทย
ทั้งนี้หากพี่น้องประชาชนหากพบเห็นเหตุ สิ่งของ หรือบุคคลต้องสงสัยที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายและเป็นอันตราย สามารถแจ้งข้อมูลมายังสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 และ 191 หรือผ่านทางแอปพลิเคชัน police i lert u ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

