เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงกรณีที่ผู้ประกอบการเดอะคิงคองเขาค้อ กล่าวพาดพิงถึงทำงานของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในพื้นที่โดยระบุว่า ปล่อยปละ ละเลย ทำให้พื้นที่เขาค้อมีรีสอร์ตผุดขึ้นมากมายจนตกอยู่ในสภาพเละเทะ หลังถูกชุดพยัคฆ์ไพร และศปป.ที่ 4 กอ.รมม.นำกำลังเจ้าหน้าที่จับกุมฐานบุกรุกป่า ว่า กรณีนี้มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนอยู่แล้ว และมีการคุยตั้งแต่เริ่มแรก กติกาตามมติคณระรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 โดยใช้เส้นเวลาก่อนมติ ครม.ปี 2541 ใช้ภาพถ่ายปี 2545 และคนที่อยู่ในช่วงปี 2545-2557 รวมทั้งคนที่อยู่หลังปี 2557
“โดยเฉพาะคนที่เข้ามาหลังปี 2557 คือ คนที่ไม่เคารพกติกา คนที่เข้ามายึดถือครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็ต้องถูกบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น หากมีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้อง หรือไปรู้เห็นเป็นใจให้ท้ายหรือแนะนำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องก็จะต้องถูกดำเนินการ” นายอรรถพล กล่าว
นอกจากนี้ นายอรรถพล กล่าวอีกว่า ได้กำชับ ผอ.สำนักฯ ที่ 4 สาขาพิษณุโลก ให้ไปดูเจ้าหน้าที่ หากมีการปล่อยปละละเลย ผอ.สำนักฯ ไม่ควบคุมก็ต้องพิจารณาลงโทษกันไป
“เพราะหากไม่เข้มแข็ง ทุกคนก็จะเลียนแบบกันอย่างนี้ โดยคนนั้นชี้แบบนี้ทำได้แบบนี้ทำไม่ได้ เสร็จแล้วก็จะขยายไปเรื่อยๆ เหมือนในอดีตที่ผ่านมา สุดท้ายก็คุมไม่อยู่ เราพยายามคุมให้อยู่โดยใช้เส้นเวลาปี 2557 ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 ก็ถือว่าถอยมามากแล้ว ฉะนั้นตรงไหนที่เกินปี 2557 ก็จะไม่ให้เกินไปมากกว่านี้แล้ว ก่อนหน้านั้นก็ยังจะต้องมาดูว่าแก้ไขปัญหากันอย่างไร แต่ว่าจะต้องบังคับใช้กฎหมายชัดเจนในกรณีการบุกรุกหลังปี 2557 ส่วนกรณีรายนี้ก็ชัดเจนทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วว่า มีการเข้าดำเนินการตั้งแต่ราวปี 2558-2559 และยังดำเนินการต่อเนื่อง นอกจากนี้ พื้นที่ยังไปทับซ้อนกับพื้นที่รายอื่น เพราะฉะนั้นจึงแสดงให้เห็นว่าเจ้าของผู้ครอบครองที่แท้จริงไม่ใช่คนปัจจุบัน มีการเปลี่ยนมือกันไปและเข้าไปยึดถือครอบครอง รวมทั้งดำเนินกิจการนอกกติกาตามที่มีการคุยกันไว้” อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าว
นายอรรถพล กล่าวว่า ที่ผ่านมา เรื่องการบังคับใช้กฎหมายที่เขาค้อ หลายคนมองว่าหยุดชะงักไปนั้น ก็คงไม่ใช่ เพราะขณะนี้รัฐบาลและหน่วยงานหลายแห่งก็พยายามหาแนวทางที่ดูแล้วเหมาะสมที่สุด และเป็นแนวทางที่ก่อให้เกิดความสมดุลย์และยั่งยืน ที่สำคัญไม่ไปเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันจะต้องไม่มีมากกว่าไปกว่าเดิม เพราะไม่อย่างนั้นก็จะมีการขยายกันไม่รู้จักจบสิ้น เส้นตรงไหนที่จะไม่ให้ขยายไปมากว่านี้ ก็ต้องใช้เส้นปี 2557 ถือว่าเป็นคำสั่งสุดท้ายที่ คสช.ออกคำสั่งไม่ให้บุกรุกไปมากกว่านี้แล้ว ฉะนั้นจึงต้องเอาเส้นนี้เป็นหลักไว้ก่อน ใครจะเข้ามายึดถือครอบครองดำเนินกิจกรรมอะไรก็แล้วแต่ หากหลังปี 2557 ถือว่าไม่เคารพกติกาอันนี้ก็ต้องบังคับใช้กฎหมาย
“ต้องเข้าใจว่า ปัจจุบันผู้ที่ครอบครองมีทั้งคนที่ไม่ผิดเลย ผิดน้อย ผิดปานกลางและผิดมากที่สุด โดยคนที่ผิดมากที่สุดหมายถึงไม่เคารพกติกา ไม่เคารพมติ ครม.อันนี้เราต้องดำเนินการตามกฎหมายทันที เพราะฉะนั้น เจ้าหน้าที่เองถ้าไม่เคารพกติกาเหมือนกันไปเอื้อประโยชน์ ไปแนะนำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องและปล่อยให้ดำเนินการ ตรงนี้ก็ต้องถูกลงโทษด้วย” นายอรรถพล กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีเสียงสะท้อนว่าที่เขาค้อ เจ้าหน้าที่ หรือภาคราชการควบคุมพื้นที่ไม่อยู่ นายอรรถพล กล่าวว่า ตรงนี้ก็เข้าใจ เพราะว่าคนส่วนใหญ่ที่ประกอบอาชีพทำมาหากิน ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกและมีการรวมตัวกัน แม้จะมีกลุ่มอนุรักษ์ กลุ่มผู้ประกอบการก็ตาม บางครั้งเจ้าหน้าที่ก็ถูกกดดัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ก็เข้าใจปัญหา หากทำด้านนี้ก็จะถูกกดดัน หากทำอีกด้านก็จะถูกกดดัน ก็เลยอยู่ในจุดตรงกลาง อย่างไรก็แล้ว ได้ให้นโยบายว่า เส้นเวลาหลังปี 2557 จะบุกรุกไม่ได้อีกเด็ดขาด
“เขาก็ต้องเข้มแข็งในเรื่องนี้ เพราะหากเจ้าหน้าที่ไม่เข้มแข็งก็จะขยายและบวกขึ้นไปเรื่อยๆ เขาค้อก็จะขยายวงกว้างไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดสิ้นสุด สุดท้ายก็จะเละเทะควบคุมอะไรไม่ได้เลย เราต้องการอยากให้หยุดนิ่งเพื่อที่ จะมาจัดระเบียบไม่ใช่พอรู้ว่าจะมีการจัดระเบียบก็ขยายออกไปกันแบบนี้” นายอรรถพล กล่าว

