เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ห้องประชุมศาลฎีกา สนามหลวง นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา และนายปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุด ได้นัดหารือเพื่อร่วมกันแต่งตั้งบุคคลทำหน้าที่แทนผู้ปฏิบัติหน้าที่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นการชั่วคราว ซึ่งประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองสูงสุด ได้ร่วมกันพิจารณาในข้อกฎหมาย ประวัติและผลงานของผู้อยู่ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เหลืออยู่แล้วเห็นว่า นายวัส ติงสมิตร ผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายสิทธิมนุษยชนทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นผู้มีประสบการณ์ในการสอนวิชากฎหมายซึ่งเกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนในมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนหลายแห่งเป็นเวลายาวนาน จัดเป็นผู้มีคุณสมบัติตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ.2560 มาตรา 8(2) ส่วนนางฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง และนางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ กสม. เมื่อพิจารณาจากประวัติและผลงานก่อนเข้ารับหน้าที่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตลอดจนประวัติและผลงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ กสม. เห็นว่า มีผลงานโดดเด่นเป็นประจักษ์ในด้านวัฒนธรรม ประเพณีและวิถีชีวิตของไทยที่ยังประโยชน์ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน จัดเป็นผู้มีคุณสมบัติตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ.2560 มาตรา 8(5)
ขณะที่ ประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองสูงสุด ได้ร่วมกันพิจารณารายชื่อของบุคคล ที่เลขาธิการวุฒิสภาในฐานะเลขานุการคณะกรรมการสรรหา กสม. ส่งบัญชีรายชื่อมาว่าเป็นบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกับ กสม. และรายชื่อของบุคคลที่แจ้งความประสงค์ด้วยตนเองเพื่อรับการแต่งตั้งจากประธานศาลฎีกาและประธานศาลปกครองสูงสุด
โดยเมื่อพิจารณาจากประวัติ การศึกษา ความรู้ และผลงานที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนที่ผ่านมา เห็นว่า นายสมณ์ พรหมรส , น.ส.อารีวรรณ จตุทอง , นางภิรมย์ ศรีประเสริฐ และนายสุวัฒน์ เทพอารักษ์ เป็นผู้ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ กสม. เป็นการชั่วคราว จึงร่วมกันมีคำสั่งแต่งตั้งบุคคลทั้งสี่ และมอบหมายให้สำนักประธานศาลฎีกา แจ้งคำสั่งแต่งตั้งบุคคลทั้งสี่ไปยังผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสม. เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปตามอำนาจหน้าที่

