กทม.ยันเร่งจัดเดินเรือ ‘คลองผดุงฯ’ เผยเหตุล่าช้าเพราะสภาพพื้นที่ไม่เอื้อ

14.06.16 | 17:25 น.

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทวงถามถึงการเดินเรือในคลองผดุงกรุงเกษม เพื่อระบายการจราจรจากหัวลำโพงไปยังแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีนโยบายให้ กทม.ร่วมกับกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการมากว่า 2 ปี แต่เรื่องยังเงียบ ว่า กรณีการเดินเรือเพื่อระบายการจราจรนั้น ที่ผ่านมา กทม.ได้นำเรือท้องแบนของเทศกิจมาให้บริการประชาชน แต่มีข้อเสียคือ ไม่สามารถนำหลังคาขึ้นได้ เพราะความสูงของระดับน้ำกับใต้สะพานมีเพียง 1.80 เมตร โดยช่วงแรกที่นำมาบริการ ประชาชนให้ความสนใจใช้บริการจำนวนมาก แต่ระยะหลังประชาชนใช้บริการลดลง ประกอบกับ กทม.มีการพร่องน้ำในคลอง เพราะคลองผดุงกรุงเกษมถือเป็นแก้มลิง ทำให้ต้องลดเที่ยวการเดินเรือลง

นายอมร กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา กทม.อยู่ระหว่างเก็บข้อมูลความพอใจของประชาชนที่ใช้บริการเรือในคลองภาษีเจริญ ซึ่งขณะนี้ กทม.อยู่ระหว่างทดลองเดินเรือเพื่อนำมาใช้เป็นต้นแบบในการจัดเดินเรือในคลองผดุงกรุงเกษม แต่ทั้งนี้การออกแบบเรือต้องมีการปรับปรุงความสูงของเรือเล็กน้อย เพราะเรือที่ใช้ที่คลองภาษีเจริญปัจจุบันสูง 2.10 เมตร แต่ความสูงของใต้สะพานกับระดับน้ำที่คลองผดุงกรุงเกษมมีเพียง 1.80 เมตรเท่านั้น โดยขณะนี้สำนักการจราจรและขนส่ง กทม.ได้ออกแบบเรือสำหรับเดินเรือในคลองผดุงกรุงเกษมโดยเฉพาะ อีกทั้งยังอยู่ระหว่างพิจารณาวิธีการลอกคลองว่าจะใช้วิธีขุดลอก หรือวิธีใหม่คือ การนำเรือมาดูดเลนขึ้นมาแล้วอัดให้แน่น

“สำหรับเรือนั้น คาดว่าเบื้องต้นจะสั่งซื้อประมาณ 8 ลำ โดยใช้เวลาจัดทำประมาณ 5-6 เดือน เป็นเรือใช้เครื่องยนต์สำหรับเดินเรือโดยเฉพาะ ขนาด 250 ซีซี มีความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ติดตั้งกลางลำเรือ ตัวเรือทำจากไฟเบอร์กลาสเพื่อให้มีน้ำหนักเบา มีกล้องวงจรปิดเพื่อความปลอดภัย มีทางลาดอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ที่ใช้รถเข็น (วีลแชร์) คาดว่างบประมาณไม่เกินลำละ 3-4 ล้านบาท” นายอมร กล่าวและว่า ในคลองผดุงกรุงเกษมนั้นมีท่าเรือทั้งหมด 9 ท่า และคาดว่าจะเปิดเพิ่มอีก 1 ท่า คือ ที่ตลาดเทเวศร์ เพื่อให้เชื่อมต่อกับการเดินทางในแม่น้ำเจ้าพระยาทางท่าน้ำเทเวศร์ โดย กทม.เตรียมจะปรับปรุงท่าเรือที่มีในปัจจุบันให้เป็นศาลาร่วมระหว่างป้ายรถเมล์และท่าเรือ ซึ่งประชาชนที่ขึ้นจากเรือก็สามารถต่อรถเมล์ได้ทันที หรือประชาชนที่ต้องการเปลี่ยนไปโดยสารเรือก็สามารถลงรถเมล์และต่อได้เลย อีกทั้งจะมีทางจักรยาน มีจุดจอดจักรยาน มีศูนย์บริการข้อมูลเพื่อความสะดวกของนักท่องเที่ยวอีกด้วย หากสามารถเริ่มดำเนินการได้คาดว่าจะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 7-8 เดือน