เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าเหตุชายหื่นกาม อ้างเป็น ตร.ขับเก๋งปาดหน้า จยย.สาววัย 16 ปี แล้วลากไปข่มขืน ซึ่งผู้เสียหายได้มาแจ้งความที่ สภ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ว่าได้รับรายงานจาก สภ.สตึก ว่าเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 11.00 น. เกิดเหตุข่มขืนกระทำชำเราที่โกดังปากทางเข้าบ้านตลาด หมู่ 8 ต.นิคม อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ผู้เสียหายคือ น.ส.ต๊อกแต๊ก (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สตึก ได้ทำการสืบสวนอย่างต่อเนื่องโดยได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายก่อเหตุ และได้ประสานข้อมูลของคนร้ายกับสถานีตำรวจพื้นที่ใกล้เคียงคือ สภ.แคนดง และ สภ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม ทราบว่าเคยเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวที่คนร้ายมีพฤติการณ์ก่อเหตุคล้ายคลึงกัน จึงได้ประสานข้อมูลของคนร้าย ทราบภายหลังว่าคนร้ายคือ นายสฐาน อ่อนดีกุล อายุ 54 ปี จึงนำภาพถ่ายคนร้ายไปให้ผู้เสียหายดู พร้อมกับยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราตนเองจริง จึงดำเนินการขออนุมัติหมายจับต่อศาล จ.บุรีรัมย์ ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับนายสฐาน อ่อนดีกุล ในข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้” พร้อมของกลางคือรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า โคโรลล่า สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ขษ 839 เชียงใหม่

จากการสอบถามเบื้องต้นผู้ต้องหาได้ให้การยอมรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวในหมายจับจริง และให้การรับว่าได้ประกอบเหตุจริง จึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.สตึก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวอีกว่า คดีนี้หลังจากได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดหาภาพผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุ เนื่องจากได้รับรายงานจากท้องที่อื่นว่าคนร้ายเคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งในหลายท้องที่ เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้เสียหายสามารถชี้ตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ ประกอบกับข้อมูลพยานแวดล้อม ความเชื่อมโยงกับข้อมูล เบาะแสของผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว ซึ่งในวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สตึก สามารถจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุได้แล้ว และจะนำไปฝากขังยังศาลจังหวัดบุรีรัมย์
โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อผู้เสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเยียวยาสภาพจิตใจผู้เสียหาย รวมถึงการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เสียหายสู่กระบวนการยุติธรรม พร้อมกล่าวชมเชยการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว และยังได้กำชับพนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน อย่างตรงไปตรงมาด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว เป็นธรรม อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ เพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นและสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน

