เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน จากกรณีที่มีการแชร์ภาพทางสื่อโซเซียลว่า พานทองคำ น้ำหนัก 42 บาท ของหลวงปู่ภูพาน วัดโนนสวรรค์(ภูดินแดง) ต.พังขว้าง อ.เมือง จ.สกลนคร ได้หายออกไปจากองค์พระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งหลวงปู่ภูพานได้นำไปถวายเป็นพุทธบูชาและเก็บไว้ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เนื่องจากพานทองคำดังกล่าว มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ของชาวสกลนคร
โดยเมื่อปี 2539 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระราชกรณีกิจในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จ.สกลนคร โดยใช้พานทองคำที่หายไปเป็นพานบายศรีสู่ขวัญ ต้อนรับพระราชอาคันตุกะสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าชายฟิลิป แห่งราชอาณาจักร เสด็จเยือน จ.สกลนคร อย่างเป็นทางการ
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยัง วัดโนนสวรรค์ (ภูดินแดง) ต.พังขว้าง อ.เมือง จ.สกลนคร พบกับ พระมรกต อิสโร ผู้แทนหลวงปู่ภูพาน ให้สัมภาษณ์ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น ระบุว่าสาเหตุที่หลวงปู่ภูพานได้นำพานทองคำ สิ่งล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ ของชาว จ.สกลนคร ไปฝากไว้ภายในองค์พระธาตุพนมเนื่องจากองค์พระธาตุพนม เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์สำคัญทางด้านศาสนาของคนไทยทุกคน จึงอยากนำพานทองคำสิ่งของอันสำคัญของแผ่นดิน ไปเก็บไว้ให้สาธุชนได้กราบไว้ โดยนำไปไว้ด้านในองค์พระธาตุพนม เมื่อปี 2556 มีภาพถ่ายบันทึกเป็นหลักฐาน
“แต่เมื่อเร็วๆนี้เข้าไปสักการะบูชา ตรวจสอบแล้วกลับพบว่าพานทองคำได้หายไป โดยพยายามค้นหาทั้งหมด 5 ชั้นภายในองค์พระธาตุพนม แต่ไม่พบจึงเรียกร้องให้ทางวัดตรวจสอบและเข้มงวดคนเข้าออกเพราะห่วงในเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากด้านในมีทรัพย์สินของมีค่ามากมายที่เกี่ยวข้องกับศาสนาจากพุทธศาสนิกชนนำมาถวายไว้”
พระมรกต อิสโร กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องดังกล่าว หลวงปู่ภูพานได้ อโหสิกรรมและให้ทานไม่ขอยึดติด แม้ว่าจะมีบุคคลใดเอาไปก็ตาม แต่ทั้งนี้หากเอามาคืนได้จะยิ่งดีไม่ถือโทษ ทั้งนี้ได้ฝากให้ ทางวัดพระธาตุพนมเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องการเข้าชมภายในองค์พระธาตุพนมเพื่อป้องกันของมีค่าภายในองค์พระธาตุสูญหายอีก
คลิกข่าวที่เกี่ยวข้อง





