รวบแล้วสาวไทยเครือข่ายมาเลย์ส่งเมล์ทำธุรกรรม’อีแบงก์กิ้ง’ลวงเหยื่อ เป็นล้าน

6.11.19 | 14:27 น.

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม.พร้อม พล.ตต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1,พ.ต.อ.เจนกมล คำนวล รอง ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.ชัชวาลย์ ทิพย์พิชัย
ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 ร่วมกับชุดสืบสวน แถลงการจับกุมสาวไทยเครือข่ายหลอกลวงทำธุรกรรมออนไลน์โอนเงินข้ามชาติ


พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวว่า การจับกุมในคดีนี้ กก.สส.บก.ตม.1 และสน.พญาไท ทราบว่า ผู้เสียหายได้รับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์เป็นการแจ้งเตือนว่า “แอพพลิเคชั่นธนาคารของท่านถูกเข้าใช้งาน หากท่านไม่ได้เข้าใช้งานให้เปลี่ยนรหัสผ่าน โดยกดลิ้งแอดเดรสที่แนบมา พร้อมกรอกข้อมูล เลขบัตรเดบิต รหัสผ่านสำหรับกดงินสด เลขบัตรประชาชน 13 หลัก และรหัสลับการทำธุรกรรม(OTP )” จากนั้นผู้เสียหายได้ตรวจสอบพบว่า มีข้อมูลการโอนเงินออกจากบัญชีไปยังบัญชีธนาคารอื่น 5 บัญชี รวมมูลค่าความเสียหาย 1,000,000 บาท จึงเชื่อว่าถูกกลุ่มคนร้ายหลอกลวงเอาข้อมูลธนาคารไปใช้

พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวต่อจากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบหลักฐานการโอนเงินออกจากบัญชีธนาคารของผู้เสียหายไปยังบัญชีธนาคารของกลุ่มคนร้ายจำนวน 6 ราย โดยเงินที่ถูกโอนจากบัญชีของผู้เสียหายจำนวน 1,000,000 บาท ได้พบว่าถูกกดถอนออกจากบัญชีที่ประเทศมาเลเซียและเป็นประเทศต้นทางที่ถูกดำเนินทางธุรกรรม

โดยคดีนี้ ผู้ต้องหาเป็น 1 ใน 6 ที่เป็นเจ้าของบัญชีธนาคารรับโอนเงินจากผู้ต้องหาที่ 1 จำนวน 180,000 บาท ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง และเงินจำนวนนี้ถูกกดออกจากบัญชีที่ประเทศมาเลเซีย โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมสมาชิกแก๊งนี้ได้แล้ว 3 ราย และออกหมายจับไว้แล้วอีก 3 ราย ซึ่งคนร้ายรายนี้เป็นบุคคลตามหมายจับของศาลอาญา ที่ยังไม่ถูกจับกุมดำเนินคดี ได้หลบเข้ามาพักอาศัยอยู่ที่ชุมชนเทพทวีชอย8 ถนนลาดพร้าว 101 แยก 42 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้วางแผนออกสืบสวนหาข่าว และแฝงตัวเข้าตรวจสอบบริเวณที่พักดังกล่าว จนแน่ชัดว่าพบว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวและเข้าจับกุมก่อนส่งตัวผู้ต้องหาที่ 6 ให้พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่ง

ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา และร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่นำจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ผู้ที่ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ์ใช้เพื่อประโยชน์ในการชำระสินด้าและบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสดหรือใช้เบิกถอนเงินสด

Advertisement