“บ้านปี้” คว้าแชมป์ ป่าชุมชนประเทศไทย
วันที่ 6 พฤศจิกายน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า กรมป่าไม้ ร่วมกับ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศผลการประกวดป่าชุมชน ระดับประเทศ ประจำปี 2562 ในโครงการ “คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” ซึ่งได้เริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 2551 และจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อสร้างจิตสำนึกด้วยแนวคิดการปลูกป่าในใจคน และขับเคลื่อนงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้รูปแบบของป่าชุมชน โดยปีนี้ป่าชุมชนบ้านปี้ จ.พะเยา ได้รับรางวัลป่าชุมชนชนะเลิศระดับประเทศ พร้อมรับถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และป่าชุมชนบ้านแม่ขมิง จ.แพร่ ได้รับรางวัลชนะเลิศป่าชุมชนดีเด่น ด้าน “ป่าชุมชน: สืบสาน รักษา ต่อยอด สร้างสุขปวงประชา” โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและธรรมชาติ (ทส.) เป็นประธานพิธีมอบรางวัล
นายอรรถพล กล่าวว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ป่าให้ถึง 128 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 40 ของประเทศ โดยป่าชุมชนจะเป็นตัวช่วยสำคัญในการเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ตามเป้าหมาย เป็นเกราะป้องกันการบุกรุกทำลายป่าไม้ และช่วยป้องกันไฟป่าและแก้ไขหาปัญหาหมอกควัน เพราะป่าชุมชนมีกระบวนการบริหารจัดการป่าอย่างมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ในชุมชน สำหรับโครงการคนรักษ์ป่า ป่าชุมชน ที่ภาครัฐได้ร่วมกับเอกชนดำเนินการต่อเนื่องมากว่า 11 ปี ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ เห็นได้จากจำนวนชุมชนที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการเพิ่มมากขึ้นทุกปี เช่นเดียวกับชุมชนที่ขออนุมัติจัดทำโครงการป่าชุมชนจากกรมป่าไม้ ทั้งจำนวนชุมชนและขนาดพื้นที่ป่าชุมชนซึ่งการมีส่วนร่วมของเอกชนนี้ช่วยให้ดำเนินงานของกรมป่าไม้ขยายผลได้รวดเร็วขึ้น
“ปัจจุบันจำนวนป่าชุมชนที่ขึ้นทะเบียนกับกรมป่าไม้เพิ่มขึ้นเป็น 15,535 ป่าชุมชน คิดเป็นพื้นที่ป่ารวม 7,356,618 ล้านไร่ ทั้งนี้ กรมป่าไม้ มีเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนป่าชุมชนให้ถึง 10 ล้านไร่ ภายใน 5 ปี โดยมั่นใจว่าพื้นที่ป่าชุมชนจำนวนนี้จะคงอยู่ยั่งยืนด้วยพลังของชุมชน โดยขอแสดงความยินดีกับป่าชุมชน 147 แห่งทั่วประเทศ ที่ได้รับรางวัลโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ปี 2562 และหวังจะเป็นแบบอย่างของการเรียนรู้การจัดการป่าชุมชนแบบป่ายั่งยืน ชุมชนได้ประโยชน์ และจุดประกายความคิดให้กับชุมชนอื่นๆ เพื่อขยายเครือข่ายป่าชุมชนให้กว้างขวางและแข็งแกร่งต่อไป” นายอรรถพล กล่าว

