“ประธานศาลฎีกา”ยกฎีกายกฟ้องคดีลิขสิทธิ์ถูกยุยงให้กระทำผิด เพราะจำเลยขาดเจตนา

7.11.19 | 14:45 น.

เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ที่โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังการแถลงนโยบายประธานศาลฎีกา ถึงกรณีที่มีบุคคลใช้กฎหมายลิขสิทธิ์โดยบิดเบือน กลั่นแกล้งจับกุมเพื่อหาผลประโยชน์ ว่า ในเรื่องแบบนี้ศาลฎีกาเคยมีคำวินิจฉัยไว้หลายคดี ซึ่งเนื้อหาเป็นการจับกุมจำเลยในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ แต่การได้มาซึ่งตัวจำเลยนั้น กลับมีการล่อซื้อ มีการวางแผนจับกุม โดยบางครั้งเหมือนกับว่าไปยุยงส่งเสริมให้มีการกระทำความผิด จำเลยไม่ได้เป็นคนริเริ่มเอง มีคดีที่บริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ไปว่าจ้างจำเลยให้ทำคอมพิวเตอร์ บอกให้บรรจุโปรแกรมอะไรบ้าง จำเลยผลิตแต่คอมพิวเตอร์ ไม่ได้ผลิตโปรแกรม พอมีคำสั่งซื้อเข้ามา ก็ไปเอาโปรแกรมที่ติดลิขสิทธิ์มาใส่ ศาลฎีกาตัดสินว่าจำเลยมีอาชีพผลิตคอมพิวเตอร์ การทำโปรแกรมไม่ใช่อาชีพของเขา การไปล่อซื้อโดยระบุต้องเอาโปรแกรมมาใส่ให้ ศาลฎีกามองว่าจำเลยขาดเจตนาละเมิดลิขสิทธิ์ ให้ยกฟ้อง

ถามถึงกรณีจับกระทงลิขสิทธิ์ลายการ์ตูนที่เป็นข่าว นายไสลเกษ กล่าวว่า ยังไม่รู้ข้อเท็จจริงในคดี ทราบจากข่าวเช่นกันว่ามีคนมาว่าจ้างเด็กให้ใช้รูปแบบลายการ์ตูน ลักษณะเหมือนรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือไม่ แล้วมีการเข้าไปจับกุม ตนก็ไม่อยากให้ความเห็นลงลึกไป เพราะอาจจะเป็นการไม่ให้ความเป็นธรรมกับอีกฝ่ายหนึ่ง เรายังไม่รู้ข้อเท็จจริง แต่หลักกฎหมายที่เราพอจะสรุปได้คือ ถ้าไม่มีความตั้งใจละเมิดลิขสิทธิ์ แต่มีการยุยงส่งเสริมให้ทำขึ้น กรณีแบบนี้เกิดจากบุคคลที่อ้างเป็นผู้เสียหายมีส่วนที่ก่อให้เกิดการกระทำความผิด คำพิพากษาศาลฎีกาเคยวินิจฉัยในเนื้อหาว่า ผู้เสียหายมีส่วนในการยุยงให้เกิดการกระทำความผิด จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยที่จะมีอำนาจเอาคดีมาฟ้องได้