เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ต.ประเสริฐ สายทองแท้ ผบ.ค่ายฝึกรบพิเศษสิชล อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.อ.อ.ศุภโชค พราหมพูน ปลัดอำเภอ ทำหน้าที่ หน.ชปพ.ฝ่ายปกครองของนายศิริพัฒ พัฒกุล ผวจ.นครศรีธรรมราช ร่วมแถลงผลการจับกุม นายชัยรัตน์ ใจหมั่น อายุ 42 ปี, นายจักรพงษ์ หรือหนุ่ม สุดสวาท อายุ 32 ปี , นางศรุตา หรือ ไร มันทรานนท์ อายุ 42 ปี พร้อมของกลางเป็น ยาไอซ์ 3 กก. ยาบ้า 700 เม็ด อาวุธปืนยาว พร้อมกระสุน รวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท พ.ต.ประเสริฐกล่าวว่า รับแจ้งจากจากแหล่งข่าวของชุดปฏิบัติการข่าวลับ กองทัพภาคที่ 4 และแหล่งข่าวกองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 4 สิชล ว่ามีผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ อ.สิชล ชุดข่าวจึงประสานส่วนที่เกี่ยวข้อง คือ ชุดปราบปรามยาเสพติดกองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 4 ปปส.ภาค 8 ชุดปราบปราบยาเสพติดกองทัพภาคที่ 4 ชุดฝ่ายความหมั่นคงจังหวัดนครศรีธรรมราช หน่วยข่าวกรองทางทหาร ทภ.4 ได้วางแผ่นจับกุม นายชัยรัตน์ ได้ที่บ้านเลขที่ 34/4 หมู่ ต.สี่ขีด อ.สิชล จว.นศ. พร้อมของกลาง ไอซ์ จำนวน 66 กรัม ยาบ้า 700 เม็ด อาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก กระสุน 5 นัด พร้อมทำการขยายผลทราบว่า มีผู้ค้ารายใหญ่ในพื้นที่ ม.3 ต.ทุ่งใส อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ชื่อนายสุวัฒน์ ไฝจู อายุ 54 ปี หรือฉายา ”บ่าว ไก่ชน” หน.แก๊งยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ได้ลักลอบค้ายาเสพติดมานานแล้ว ซึ่ง จนท.ชุดดังกล่าวได้มีการวางแผนล่อซื้อและบุกเข้าไปตรวจค้นบ้านเลขที่ 42 หมู่ 3 ต.ทุ่งใส อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบ้านของนางศรุตาอดีตเมียเก่า เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวไปถึง พบลูกน้องซึ่งเป็นหลานชายของนายบ่าวชื่อนายจักรพงษ์ นำยาไอซ์จำนวน 2 กรัม ที่ล่อซื้อจำนวนหนึ่งมาส่งให้กับ จนท. ทาง จนท.จึงแสดงตัวเข้าจับกุมตัวนายจักรพงษ์ พร้อมแล้วคุมตัวไปตรวจค้นเจอยาไอซ์ในบ้านพักดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบยาไอซ์จำนวนมากน้ำหนัก 2.4 กก.ซุกใส่ลังกระดาษใต้วางถุนขนำข้างบ้านดังกล่าว รวมยาไอซ์จำนวน 2.6 กก.มูลค่า 5 ล้านบาท และเจ้าหน้าที่นำอดีตเมียของนายสุวัฒน์หรือ ”บ่าว ไก่ชน” ไปสอบสวนให้การซัดทอดว่ายาไอซ์ทั้งหมดเป็นของนายสุวัฒน์ อดีตสามีของตน ซึ่งนายสุวัฒน์กำลังเข้าไปเล่นพนันไก่ชนที่บ่อนไก่ชนแห่งหนึ่งใน อ.นบพิตำ ซึ่งกำลัง จนท.ชุดดังกล่าวได้เดินทางไปที่บ่อนไก่ชนดังกล่าว ปรากฏว่านายสุวัฒน์ ไฝจู หรือ ”บ่าว ไก่ชน” หน.แก๊งยาเสพติดไหวตัวทันหลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิดซึ่งทาง จนท.จะได้เร่งติดตามตัวนายสุวัฒน์ มาดำเนินคดีตาม กม.ต่อไป ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้คุมตัวดำเนินคดี

