เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน เฟซบุ๊กแฟนเพจของ “การบินไทย” ได้เผยแพร่ข้อความชี้แจงกรณีทีจี 218 เส้นทางภูเก็ต-กรุงเทพฯ ซึ่งเกิดเหตุขัดข้อง ทำให้ผู้โดยสารตกค้างที่สนามบินภูเก็ตนานราว 3 ชั่วโมงในช่วงค่ำวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยระบุว่า สาเหตุไม่ได้มาจากน้ำมันรั่ว แต่เกิดจากการขัดข้องทางเทคนิคด้านระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมการส่งน้ำมัน โดยยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการบินด้วยความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
ข้อความมีดังนี้
การบินไทยชี้แจงกรณีเที่ยวบินทีจี 218 เส้นทางภูเก็ต – กรุงเทพฯ
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ขอชี้แจงกรณีเที่ยวบินทีจี 218 เส้นทางภูเก็ต – กรุงเทพฯ
วันที่ 14 มิถุนายน 2559 ทำการบินด้วยเครื่องบินแบบแอร์บัส A330-300 ออกจากท่าอากาศยานภูเก็ต เวลา 19.03 น. มุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะอยู่บนทางขับ (Taxiway) นักบินได้พบข้อขัดข้องในระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมการส่งน้ำมัน เพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติการบิน นักบินจึงตัดสินใจนำเครื่องบินกลับเข้าที่จอด เพื่อตรวจสอบและแก้ไข โดยระหว่างการตรวจสอบแก้ไขข้อขัดข้องดังกล่าว บริษัทฯ ได้จัดอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้โดยสารระหว่างพักรอที่อาคารผู้โดยสาร หลังจากการตรวจสอบและแก้ไขจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เที่ยวบินทีจี 218 ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารจำนวน 245 คน ได้ออกจากท่าอากาศยานภูเก็ตในเวลา 22.27 น.และเดินทางถึงสุวรรณภูมิในเวลา 23.45 น. บริษัทฯ ขอยืนยันว่าได้ดูแลและทำตามขั้นตอนการปฏิบัติการบินด้วยความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล โดยบริษัทฯ ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า ข้อขัดข้องทางเทคนิคดังกล่าวเป็นเรื่องระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมการส่งน้ำมันเท่านั้น ไม่ใช่น้ำมันรั่วตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด ซึ่งการบินไทยใคร่ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้
ทั้งนี้ การบินไทยทำการบินเส้นทางบิน ไป-กลับ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต วันละ 8 เที่ยวบิน หรือ 56 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบรายละเอียดตารางบินได้ที่ www.thaiairways.com หรือ THAI Contact Center โทร. 0-2356-1111
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีการโพสต์ชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้น ปรากฎว่ามีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย โดยส่วนใหญ่มีการกล่าวโจมตีการให้ข่าวในลักษณะที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และมีการต่อว่าผู้โดยสารที่โดยสารมากับสายการบินดังกล่าวว่า ไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลอย่างครบถ้วน ไม่มีความรู้เรื่องระบบน้ำมัน แต่กลับทำให้สังคมเคลือบแคลงสงสัย ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กอีกกลุ่มมองว่า ประเด็นคือ การบริหารจัดการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ที่ไม่มีการอำนวยความสะดวกหรือดูแลผู้โดยสาร แต่กลับให้อยู่บนเครื่องในสภาพที่หายใจไม่สะดวก ซึ่งไม่สมควรหรือไม่
ทั้งนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Baitong Sydney” ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้โดยสารสายการบินดังกล่าว ได้แสดงความเห็นว่า การออกมาชี้แจงดังกล่าวขัดกับข้อเท็จจริง ซึ่งส่วนตัวไม่ได้ทราบระบบการทำงานของเครื่องยนต์ และไม่มีความรู้เรื่องการบิน แต่กัปตันได้มีการสื่อสารว่ามีปัญหาน้ำมันจริง ซึ่งประเด็นอยู่ที่การบริหารจัดการภาวะดังกล่าว โดยผู้โดยสารต้องอยู่ในสภาพหายใจแทบไม่ออก และอยู่ในภาวะตึงเครียดในเครื่องถึง 3 ชั่วโมง จึงจะปล่อยให้ผู้โดยสารที่ต้องการลงจากเครื่องออกไปได้ ที่สงสัยคือ ผู้โดยสารชั้น business หรือ firstclass ที่นั่งอยู่ด้านหน้า ได้การปรับตั๋วเลื่อนเป็นรอบเช้าวันนี้ พร้อมที่พัก ขณะที่ชั้น economy อย่างดิฉัน ต้องโดนบังคับขึ้นเครื่องอีกรอบเป็นครั้งที่ 3 แต่ถ้าหากต้องการซื้อตั๋วเครื่องบินสายการบินอื่น ทางการบินไทยจะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย เนื่องจากสุดท้ายแล้วการบินไทยสามารถนำเครื่องขึ้นได้ เพียงแต่ล่าช้า ซึ่งดิฉันตั้งคำถามถึงการบริการว่า มีการแบ่งแยกระดับกันขนาดนี้ นี่คือสิ่งที่ถูกต้องหรืออย่างไร
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง ผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว ซึ่งได้รับคำตอบเพิ่มเติมว่า ตนไม่ได้ต้องการทำลายชื่อเสียงของสายการบิน แต่แค่อยากให้มีการปรับปรุงการบริหารจัดการเมื่อเกิดเหตุวิกฤตขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นธรรมกับผู้โดยสารทุกคน



