หนุ่มวิศวะถูก 2 เด็กช่าง เช็กตัวก่อนตั๊นหน้าแจ้งความตำรวจ งงไม่รู้จักกันมาก่อน พอเรื่องถึงโรงพักขอเคลียร์

11.11.19 | 16:50 น.

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่าถูกเด็กช่าง 2 คน เข้ามาสอบถามว่าเรียนช่างที่ไหน ก่อนต่อยเข้าที่ใบหน้า 1 ครั้งแล้วขี่จักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลบหนีไป


เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 00.17 น. วันที่ 10 พฤศจิกายน นายพงศกร แก้วสุขโข อายุ 34 ปี เจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว ได้ไปลงบันทึกประจำวันกับ ร.ต.ท.กิตติกานต์ สินประกอบ รอง สว.(สอบสวน) สน.บางชัน หลังถูกเด็กวัยรุ่น 2 คน ทำร้ายร่างกายภายในลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านมีนบุรี (แฟชั่นไอแลนด์) ด้วยสาเหตุที่ตนเคยเรียนช่างกลมาก่อน

นายพงศกร เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 20.27 น. ของวันที่ 9 พฤศจิกายน ไปเดินห้างสรรพสินค้าเพื่อไปซื้อของ และอาหารเพียงคนเดียว เมื่อเสร็จธุระ ก็กำลังจะลงบันไดเลื่อนไปที่จอดรถชั้นล่าง แต่มีเด็กวัยรุ่นทำทีถ้าว่ามาทักโดยยกมือไหว้ก่อนบอกว่า “สวัสดีครับพี่” ตนก็รับไหว้แต่จำไม่ได้ว่าเป็นใคร จึงถามไปว่าเป็นรุ่นน้องที่ไหน วัยรุ่นถามกลับว่า ตนชื่อป๊อบหรือไม่ เรียนที่ไหน ขอดูภาพในโทรศัพท์ด้วย ตนจึงตอบว่าไม่ใช่ป๊อบ ตอนนี้ทำงานเป็นวิศวกรแล้ว เคยเรียนคณะวิศวกรที่ ม.ศรีปทุม โดยขณะที่ตนกำลังเปิดรูปในโทรศัพท์ให้ดู เด็กวัยรุ่นก็พูดว่า “มึงเด็กโยธาเหรอ” แล้วก็ชกเข้าที่ใบหน้าของตน เด็กทั้งสองทำท่าจะเข้ามารุมแต่คนจากร้านโทรศัพท์มาช่วยตนไว้ จากนั้นเด็กช่างได้ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีไป

นายพงศกร กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมระบุในใบบันทึกว่าขอความร่วมมือตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อให้เร็วต่อการหาหลักฐาน ก่อนดำเนินการตรวจสอบรายชื่อของผู้ต้องสงสัยไปแจ้งความดำเนินคดีต่อไป

Advertisement

ต่อมาที่ สน.บางชัน นายพงศกร เข้าพบ ร.ต.อ.ประชา เมืองมัจฉา รอง สว.(สอบสวน)สน.บางชัน เพื่อนำหลักฐานเป็นภาพกล้องวงจรปิดที่หามาได้ พร้อมเอกสารการตรวจร่างกายจาก รพ.สินแพทย์ และชื่อผู้ต้องสงสัยที่ได้มาจากพลเมืองดีมามอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อประกอบการแจ้งความดำเนินคดีกับ 2 วัยรุ่นที่ทำร้ายร่างกายเมื่อคืนวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยพนักงานสอบสวน ได้สอบปากคำนายพงศกร พร้อมตั้งประเด็นการก่อเหตุไว้ว่าน่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดของผู้ก่อเหตุที่คิดว่าผู้เสียหายเป็นอริเก่า เนื่องจากหน้าตาของผู้เสียหายดูอ่อนกว่าอายุจริง ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุในข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่น” มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นายพงศกร กำลังให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน เกิดมีโทรศัพท์เข้ามาถึงนายพงศกร โดยปลายสายอ้างตัวว่าชื่อ อิฐ เป็นหนึ่งในผู้ก่อเหตุที่ทำร้ายนายพงศกร ซึ่งพยายามขอร้องให้ถอนแจ้งความ แต่นายพงศกร ได้กล่าวตอบไปว่าให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนดำเนินการ และขอให้นายอิฐ เข้ามาเจรจากันที่ สน.แต่บุคคลดังกล่าวอ้างว่ายังไม่พร้อม แต่จะเข้ามาพบในอีก 2-3 วัน พร้อมขอโทษขอขมานายพงศกร