กรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อนุมัติหมายจับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้ต้องหาที่ 1, นายบุญแทน บุษราคำ ผู้ต้องหาที่ 2 และนายธนเสฏฐ์ หรือนายไพฑูรย์ แช่มเทศ ผู้ต้องหาที่ 3 และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ รวม 4 คน คดีฆาตกรรม และปิดเร้นอำพรางศพ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ ต่อมา นายชัยวัฒน์ พร้อมพวก เข้ามอบตัว ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 3 ชั่วโมง โดยพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำทำประวัติ พิมพ์ลายนิ้วมือ แจ้งข้อหาให้ผู้ต้องหารับทราบ ทั้งนี้ ผู้ต้องหาไม่ประสงค์ให้การในชั้นพนักงานสอบสวน ขอให้การในชั้นศาล พนักงานสอบสวนจึงนำตัวส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่ออนุญาตฝากขังนายชัยวัฒน์และพวก ต่อมาศาลอนุมัติฝากขัง และได้ให้ประกันตัวไปรายละ 800,000 บาทนั้น
ชัยวัฒน์ ลั่นเสาร์นี้ ไปสาบานที่สะพานแขวน จุดที่ดีเอสไออ้างพบถังและกระดูกบิลลี่ พร้อมเปิดหน้าสู้
เวลา 19.00 น. ภายหลังได้รับการประกันตัว นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ได้เปิดเผยว่า ขอบคุณศาลที่ให้ความเมตตาพิจารณาให้ประกันตัว โดยหลังจากนี้ ตนพร้อมที่จะสู้คดีในชั้นศาล ยืนยันมาตลอดว่าเมื่อมีการจับกุมเรื่องน้ำผึ้งแล้วได้ปล่อยตัวนายบิลลี่ โดยในวันที่ 16 พ.ย.นี้ ตนจะเดินทางไปที่สะพานแขวน เพื่อสาบานยืนยันความบริสุทธ์ ซึ่งหากใครทำในสิ่งที่ตนไม่ได้ทำก็ขอให้บุคคลนั้นมีอันเป็นไป จุดที่ดีเอสไอรวบรวมหลักฐานอ้างว่าเป็นจุดที่พบถังและกระดูกของนายบิลลี่ โดยหลังจากนี้ ตนพร้อมที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับข้อมูลที่ตนพอจะบอกได้ ซึ่งตนก็พร้อมที่จะสู้แบบเปิดหน้า อย่างไรก็ตาม ตนเองและน้องเจ้าหน้าที่ต่างก็มีครอบครัว จึงขออย่ามองคดีนี้เป็นเพียงประเด็นดราม่า นอกจากนี้ ส่วนตัวคิดมาตลอดว่า อาจจะมีประเด็นเรื่องการถูกกลั่นแกล้งจากที่ตนได้ทำงานมา ซึ่งมีการจับกุมคดีใหญ่ๆหลายคดี
ขณะที่นายกฤษณะพงศ์ จิตต์เทศ หนึ่งในผู้ต้องหา เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการคุมตัวนายบิลลี่ นั้น พวกตนยืนยันว่าได้ปล่อยตัวนายบิลลี่ไปอย่างแน่นอน ซึ่งก็เป็นไปตามที่พวกตนเคยให้การไว้ ส่วนการถูกดำเนินคดีก็รู้สึกตกใจอยู่เหมือนกัน และกังวลที่ถูกดำเนินคดี เพราะเราทำงานตรงนี้มานาน และไม่เคยทำอะไรที่ผิดกฎหมาย อีกทั้ง หลักฐานที่ทางดีเอสไอเสนอขึ้นมานี้ ไม่ใช่สิ่งที่พวกตนกระทำกัน พวกตนยืนยัน 100% ว่าเป็นคนปล่อยนายบิลลี่ และนำรถจักรยานยนต์ลงจากรถขนส่งให้เอง ส่วนที่หลักฐานครั้งนี้จะเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมดหรือไม่ ขอให้สื่อมวลชนลองติดตามดูกัน ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีกลุ่มบุคคลใดทำให้พวกตนต้องถูกดำเนินคดีนี้หรือไม่นั้น ตนยังพูดอะไรไม่ได้ ขอให้ดูกันต่อไป ทั้งนี้ พวกตนรู้สึกเป็นห่วงความปลอดภัยของครอบครัวเหมือนกัน เพราะเคยมีกรณีที่ครอบครัวถูกคุกคาม

