สธ.แจงข้อเท็จจริง “อ.เจษฎา” โพสต์โซเชียลฯติง “ฉี่หนู” เปื้อนเครื่องดื่มกระป๋องไม่จริง!

หลังจากรศ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Jessada Denduangboripant” กรณีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกมาเป็นห่วงผู้ที่นิยมดื่มเครื่องดื่มกระป๋องที่เปิดฝาแล้วเทน้ำใส่ปากโดยตรง จะมีความเสี่ยงได้รับเชื้อโรคฉี่หนู เนื่องจากลักษณะของการเก็บเครื่องดื่มโดยทั่วไป จะวางกระป๋องในแนวตั้ง ฝาเปิดจะอยู่ด้านบนอยู่แล้วหากเก็บไม่มิดชิด อาจมีหนูไปฉี่รดบนฝากระป๋องไว้ โดยรศ.เจษฎา ระบุว่า ไม่เป็นความจริง เพราะโรคฉี่หนู เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เจอในฉี่ของสัตว์หลายชนิด ไม่ใช่แค่หนู เชื้อจะพบมากในดินและน้ำโดยการติดเชื้อนั้นมาจากการเดินลุยน้ำท่วมหรือย่ำโคลนเลน แล้วเชื้อเข้าไปตามแผลที่เท้า ส่วนเรื่องหนูมาฉี่ไว้บนกระป๋อง แล้วปล่อยเชื้อไว้ … ถ้าเกิดขึ้นจริง พอฉี่ของหนูมันแห้ง เชื้อก็ตาย นั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ โฆษกกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรมสบส.) กล่าวว่า ยังขอยืนยันในคำแนะนำ ซึ่งวัตถุประสงค์หลักต้องการให้ประชาชนลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อโรค ด้วยการมีพฤติกรรม การป้องกัน ซึ่งจะให้ผลดีต่อสุขภาพตนเองและครอบครัว

สพญ.เสาวพักตร์ ฮิ้นจ้อย หัวหน้ากลุ่มพัฒนาระบบเฝ้าระวังระบาดวิทยาพิเศษ สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวว่า อายุของเชื้อโรคฉี่หนูขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อม โดยเชื้อชนิดนี้จะตายง่ายเมื่อถูกแสงแดด หากอยู่ในน้ำหรือในที่ร่มอาจจะมีชีวิตอยู่ได้นานเป็นเดือน และหากคนสัมผัสหรือกินน้ำหรืออาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรคฉี่หนูที่ยังมีชีวิต ก็จะมีความเสี่ยงติดเชื้อได้ แต่ที่ผ่านมายังไม่มีรายงานผู้ป่วยในไทยที่ติดเชื้อโรคฉี่หนูจากการปนเปื้อนฉี่ของหนูบนฝากระป๋องเครื่องดื่ม ดังนั้นประชาชนไม่ต้องตกใจหรือวิตกกังวล แต่เพื่อความสบายใจ หากจะดื่มเครื่องดื่มบรรจุกระป๋องพร้อมดื่ม ขอให้ล้างด้วยน้ำสะอาดก่อน

นายธนวรรธน์ อิ่มสมบูรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขและพฤติกรรมสุขภาพ และคณะกรรมการองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ กล่าวว่า ธรรมชาติของหนูเป็นสัตว์ที่ออกหากินตลอดเวลา และมักจะออกมาหาอาหารกินตอนที่ปลอดคน ทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่ว่าจะต้องออกมาเตือนเฉพาะบนฝากระป๋องเครื่องดื่มเท่านั้น ยังมีเรื่องของอาหารที่ค้างคืนและวางไว้ โดยไม่มีฝาปิดครอบ รวมทั้งจานชามที่สะอาดแต่วางไว้นอกตู้ก็ตาม ก็มีโอกาสสัมผัสเชื้อโรคเลปโตสไปโรซิส ซึ่งอยู่ในฉี่ของหนูได้เช่นกัน โดยเมื่อหนูฉี่ออกมา ฉี่ก็จะเปื้อนที่หางหนูเมื่อหนูเดินไปไหนก็จะลากหางไปเปื้อนหรือสัมผัสอาหารหรือภาชนะที่เดินผ่านด้วย ซึ่งการฉี่ของหนูนั้นไม่ได้เลือกเวลาและคนจะไม่มีโอกาสรู้ได้เลยว่าหนูฉี่ไว้เมื่อไร โดยเฉพาะตามร้านชำต่างๆ ที่เก็บวางสินค้ารอจำหน่ายจำนวนมาก หากระมัดระวังไม่ดีพอ ก็มีความเสี่ยงที่จะเปื้อนฉี่ของหนูได้เช่นกัน ดังนั้น เพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้ ก่อนนำเครื่องดื่มบรรจุกระป๋องที่มีฝาเปิดพร้อมดื่มได้เก็บแช่ในตู้เย็น จึงขอให้ล้างด้วยน้ำสะอาดก่อน ส่วนอาหารที่ปรุงเสร็จแล้วจะต้องมีภาชนะปิดครอบให้มิดชิด

“ในทางสาธารณสุข เราไม่ได้เน้นให้ประชาชนรู้แค่พฤติกรรมการป้องกันโรคหรือรู้แค่วิธีการป้องกันโรคเท่านั้น แต่จะต้องให้ประชาชน มีพฤติกรรมในระดับที่เป็นเจตคติจนสร้างให้เป็นทักษะ คือรู้ เข้าใจและนำไปปฎิบัติทุกครั้ง จนเกิดเป็นสุขนิสัยการรักความสะอาด จึงจะมีผลในการป้องกันโรค ลดการเจ็บป่วยได้ทุกโรค”นายธนวรรธน์กล่าว

รศ.สมจิตต์ สุพรรณทัสน์ นายกสมาคมวิชาชีพสุขศึกษาอดีตคณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในการบริโภคเครื่องดื่มกระป๋องก่อนเปิดฝาดื่ม ควรจะล้างให้สะอาดก่อนทุกครั้ง จะปลอดภัยที่สุด หากเป็นเครื่องดื่มที่บรรจุในกล่องกระดาษที่ไม่มีพลาสติกหุ้ม ก็มีโอกาสสัมผัสฝุ่นละออง เชื้อโรคต่างๆ ขณะที่หยิบจับหรือขนส่ง ดังนั้นจึงควรล้างเช็ดบริเวณที่ใช้ดื่มด้วยทุกครั้ง ขณะเดียวกัน หน่วยงานองค์กรต่างๆ ควรส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนมีพฤติกรรมในการป้องกันโรคที่เกิดจากการบริโภคโดยเฉพาะโรคระบบทางเดินอาหารที่ปัจจุบันมีผู้ป่วยจำนวนมาก

13451066_721193648022841_550975601_n

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon