กองปราบเตรียมจัดกำลังลงพื้นที่สอบพยานปากสำคัญปมพิพาทที่ดินจันทบุรี 3,800 ไร่

18.11.19 | 16:50 น.

กองปราบเตรียมจัดกำลังลงพื้นที่สอบพยานปากสำคัญปมพิพาทที่ดินจันทบุรี 3,800 ไร่ ด้านบุญช่วย ยันเรื่องข้อพิพาทที่ดิน 3,800 ไร่ จบไปแล้ว


เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีพิพาทที่ดินกว่า 3,800 ไร่ ที่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี จนนำไปสู่การยิงกันตายในศาลจังหวัดจันทบุรีว่า ทางกองปราบไม่ได้นิ่งนอนใจเราทำคดีนี้มาตั้งแต่ปี 2561 หลังทางมูลนิธิอธิธรรมมหาธาตุวิทยาลัยได้เคยมาเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปรามเมื่อวันที่ 4 ก.พ.2561 เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายบุญช่วย เจริญสถาพร อายุ 78 ปี น้องชายพระกิตติวุฑโฒ ภิกขุ ในความผิดฐานยักยอกที่ดินของมูลนิธิไปเป็นของตนเอง โดยตนได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป.เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน และให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป.และชุดสืบสวนสอบสวน กก.2 บก.ป.รับผิดชอบในคดีดังกล่าว ซึ่งจะได้มีการลงพื้นที่ จ.จันทบุรี เพื่อสอบพยานปากสำคัญที่อยู่ในช่วงเวลาซื้อขายที่ดินกันระหว่าง นายสมพล โกศลานันท์ และพระกิตติวุฑโฒ ภิกขุ ซึ่งขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมากกว่า 80 เปอร์เซ็นแล้ว

“กองปราบปรามจะทวงผืนดินกลับคืนมาให้กับศาสนาพุทธตามข้อกฎหมายที่สามารถทำได้เพื่อให้แผ่นดินที่ได้มาจากแรงศรัทธาของชาวบ้านที่บริจาคเงินได้นำมาใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของผู้ที่มีจิตศรัทธา ใครคนใดคนหนึ่งจะเอาที่ดินดังกล่าวไปครอบครองส่วนตัวไม่ได้” ผบก.ป.กล่าว

นอกจากนี้รายงานแจ้งว่า ภายหลังจากนายบุญช่วย ทราบว่าทางมูลนิธิอธิธรรมมหาธาตุฯแจ้งความเอาผิดในข้อหายักยอกที่กองปราบนั้น นายบุญช่วยได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับมูลนิธิอธิธรรมมหาธาตุฯ ในข้อหาแจ้งความเท็จ โดยมีการแจ้งความไว้เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2561

Advertisement

ขณะเดียวผู้สื่อข่าวได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อไปสอบถามนายบุญช่วย เกี่ยวกับกรณีข้อพิพาทที่ดินดังกล่าว แต่นายบุญช่วย ได้ตอบเพียงสั้นเพียงสั้นๆแค่ว่าเรื่องทุกอย่างจบลงไปหมดแล้วทั้งคดีแพ่งทั้งคดีอาญา ส่วนกรณีที่ทางมูลนิธิฯมีการแจ้งเอาผิดในคดียักยอกนั้น ตนได้ชี้แจงไปแล้วว่าไม่เป็นความจริง แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดมากไปกว่านี้