บุกคลินิกไร้ใบอนุญาตรักษาตา อ้างทำมา 3 ชั่วอายุเป็นหมอเถื่อน พบเข็มฝัง ยาหยอด ลูกกลอน ไร้ฉลาก

20.11.19 | 14:49 น.

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบก.ปคบ.พร้อม พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผกก.4 บก.ปคบ.,นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.),ภกญ.สุภัทรา บุญเสริม.รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกันนำกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมหมายค้น บุกค้นบ้านเลขที่ 79/217 หมู่บ้านศุภาลัยวิลล์ ซอยเพชรเกษม 48 แยก16 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กทม. ซึ่งตั้งเป็นคลินิกเถื่อนรักษาโรคด้านดวงตาชื่อ “พัฒนาสายตา บำบัดดวงตาศาสตร์จีน”


ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ สูง2ชั้น จากการตรวจสอบบริเวณชั้นที่1 พบคนไข้จำนวนหนึ่งกำลังรับการรักษาโดยนอนอยู่บนเปลที่นอนและใช้ผ้าก๊อซปิดแผลชุบน้ำยาสีเหลืองไม่ทราบชนิดปิดไว้บริเวณดวงตา และจำนวนหนึ่งนั่งรอบริเวณโซฟาเพื่อรอการรักษา มี น.ส.วรรณรัฏฐ์ ธีทัตติณห์ แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน และเป็นเจ้าของคลินิกและเป็นผู้รักษา

จากการตรวจค้นพบอุปกรณ์ทางการแพทย์จำนวนหนึ่ง เข็มชนิดใช้ฝังและยาหยอดตาที่ไม่มี อย.ยาน้ำบางตัวที่ไม่มีฉลาก รวมถึงยาลูกกลอน ไม่มีฉลากจำนวนมาก ทั้งนี้จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า สถานที่ดังกล่าวไม่มีการขอใบสถานพยาบาลและไม่มีใบประกอบการรักษาโรคแต่อย่างใด

นพ.ธเรศ เผยว่า สถานที่ดังกล่าวได้รับการร้องเรียนจากผู้ที่มาเคยใช้บริการและได้ไปแจ้งความไว้ที่บก.ปคบ.เนื่องจากมีการเข้ารับการรักษาแล้วดวงตาเกิดติดเชื้อ ทางบก.ปคบ. อย.และสบส.จึงได้ทำการสืบในทางลับกระทั้งมีข้อมูลเพียงพอจึงทำการเข้าจับกุมในวันนี้ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ไม่มีใบประกอบสถานบริการหรือคลินิกเถื่อน และผู้ที่รักษาไม่มีประกอบโรคในศาสตร์ด้านใดเลยหรือเป็นหมอเถื่อน

Advertisement

ภกญ.สุภัทรา กล่าวว่า อย.พบว่าคลีนิกแห่งนี้ได้ใช้ยาน้ำที่ไม่มีฉลากระบุและยาลูกกลอนที่ไม่มีฉลาก ยาหยอดตาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน จึงมีความผิดในฐานความผิด “ขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาและจำหน่ายและไม่มีใบอนุญาตจำหน่ายยา” และขอเตือนประชาชนที่ใช้การรักษาในลักษณะแบบนี้มีอันตรายมากเนื่องจากผู้รักษา ไม่สามารถทราบถึงส่วนผสมที่นำมาใช้ทำยาลูกกลอนได้ อีกทั้งยาหยอดตาที่ไม่ได้ถูกเก็บรักษาด้วยวิธีปลอดเชื้อ หากหยอดเข้าที่ตาอาจทำให้ติดเชื้อได้

ด้าน น.ส.วรรณรัฏฐ์ ให้การอ้างว่าศาสตร์แผนจีนดังกล่าว ครอบครัวตนใช้รักษาคนที่มีปัญหาตา ทุกชนิดมากว่า3ชั่วอายุคน โดยจะใช้สมุนไพรจากประเทศจีนทั้งหมด มีการคิดค่าบริการครั้งแรกคือ5,000บาท ต่อคน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นค่ายาสมุนไพรที่มีราคาแพง ซึ่งการรักษาแบบนี้ตนก็รู้ว่าผิดกฎหมาย แต่ทำไปเพราะอยากช่วยคนให้หาย ก็พยายามเรียนแพทย์แผนไทยอยู่แต่ยังไม่จบ สำหรับการรักษานั้นจะไม่ไปยุ่งกับดวงตา เพียงแต่ใช้เข็มสกิดเส้นที่ไหล่ และแปะยาที่หัวแม่เท้า และนำผ้าก๊อซชุบสมุนไพรนำไปปิดที่ตาเพื่อให้ผ่อนคลายเพียงเท่านั้น

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว น.ส.วรรณรัฏฐ์ พร้อมยึดของกลางทั้งหมดไปสอบสวนที่ บก.ปคบ.ก่อนจะแจ้งข้อหา “ประกอบกิจการและดำเนินการสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต,ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต,จำหน่ายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำหรับยา,ประกอบโรคศิลปะโดยไม่ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต,จำหน่ายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต” ดำเนินคดีตามกฎหมาย