เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่องค์การเภสัชกรรม(อภ.) นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) และนายวิรัตน์ ศรีคง ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนผาปัง จ.ลำปาง ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านการผลิตถ่านกัมมันต์ (Activated Charcoal) เพื่อนำมาวิจัยและพัฒนาเป็นยา เวชสำอาง และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ โดยมี พล.อ.ศุภกร สงวนชาติศรไกร ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) เป็นประธาน
พล.อ.ศุภกร กล่าวว่า การพัฒนาระบบเศรษฐกิจไทยคือ การสร้างความเข้มแข็งให้แก่ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประชาชนและชุมชน ถือเป็นฐานรากสำคัญที่ต้องทำให้แข็งแรง คือ หากประชาชนและชุมชนมีความเข้มแข็ง มีรายได้ และพึ่งพาตนเองได้ เศรษฐกิจของประเทศก็จะเข้มแข็งตามไปด้วย โดยวิสาหกิจชุมชนเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เกิดขึ้นได้ ดังนั้น อภ.จึงพร้อมสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนพึ่งตนเองผาปัง ซึ่งสามารถนำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่มาแปรรูปเพิ่มมูลค่าได้ โดยได้ลงนามความร่วมมือทางวิชาการด้านการผลิตถ่านกัมมันต์ ถือเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐ และประชาชน ในการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ ก่อให้เกิดการพัฒนาให้พึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน เป็นแนวทางตัวอย่างของประชารัฐให้แก่ชุมชนอื่นและภาครัฐอื่น
นพ.นพพร กล่าวว่า วิสาหกิจชุมชนถือเป็นทางออกของเศรษฐกิจของไทย เพราะเป็นการต่อยอดเกษตรกรรมไปสู่อุตสาหกรรม โดยนำทรัพยากรในพื้นที่มาพัฒนา ซึ่งวิสาหกิจชุมชนพึ่งตนเองผาปัง จ.ลำปาง มีการแปรรูปถ่านไม้ไผ่มาเป็น “ถ่านกัมมันต์” หรือแอคทิเวตเตด ชาโคล (Activated Charcoal) ซึ่งมีสรรพคุณที่หลากหลาย โดยเฉพาะสรรพคุณทางยาในการดูดซับสารพิษ มีการใช้อย่างแพร่หลายทางการแพทย์ ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน เนื่องจากถ่านมีรูพรุนจำนวนมาก ทำให้มีคุณสมบัติดูดซับสารต่างๆ ที่อยู่ในรูปของของเหลวและก๊าซได้ดี จึงมีการนำแอคทิเวตเตด ชาโคล มาประยุกต์ใช้ในเครื่องสำอาง เพื่อทำหน้าที่ดูดซับสารเคมีตกค้างและความมันบนผิวหนัง ช่วยให้ผิวสะอาด ซึ่ง อภ.เป็นหน่วยงานด้านการวิจัย พัฒนา และผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพ จึงร่วมมือกับวิสาหกิจชุมชนผาปัง จ.ลำปาง เพื่อวิจัยและพัฒนาวัตถุดิบแอคทิเวตเตด ชาโคล ให้มีคุณภาพ สามารถนำมาใช้ผลิตเป็นยา เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สุขภาพต่างๆ ได้ ไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน
“ที่ผ่านมาจะพบว่ามีการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีวัตถุดิบมาจากแอคทิเวตเตด ชาโคล มากขึ้น ทั้งยาสีฟัน และโฟมล้างหน้า แต่วัตถุดิบแอคทิเวตเตด ชาโคลนั้น เป็นการนำเข้ามาจากต่างประเทศ การร่วมมือในครั้งนี้ก็เพื่อพัฒนาให้แอคทิวเตเตด ชาโคล ของวิสาหกิจชุมชนผาปังมีคุณภาพ สามารถกระจายไปยังผู้ผลิตต่างๆ ภายในประเทศได้ เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ สำหรับการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพของ อภ.นั้น จะเริ่มนำร่องในกลุ่มเครื่องสำอางก่อน คือ โคลนพอกหน้า เพื่อแข่งกับผลิตภัณฑ์จากประเทศอิสราเอล ซึ่งมีชื่อในเรื่องของโคลนพอกหน้าจากทะเลเดดซี จากนั้นจึงต่อยอดในกลุ่มโฟมล้างหน้า และแชมพู เป็นต้น” ผอ.อภ.กล่าว
นายวิรัตน์ กล่าวว่า ชุมชนได้นำ “ไผ่” มาแปรรูปเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยนำมาผลิตสบู่ถ่านไม้ไผ่ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างผงถ่านไม้ไผ่ กับน้ำผึ้ง โดยแอคทิเวตเตด ชาโคล ได้มาจากถ่านไม้ไผ่ที่เผาด้วยความร้อน 1,000 องศาเซลเซียส เป็นถ่านบริสุทธิ์ มีรูพรุนมากกว่าถ่านทั่วไป 4 เท่า และดูดซับกลิ่นได้มากกว่าถ่านทั่วไป 6 เท่า ด้วยประสิทธิภาพที่สูงขึ้นจึงเหมาะที่จะนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นๆ ต่อไป ทั้งนี้ ถ่านไผ่ยังใช้กรองกลิ่นและก๊าซอันไม่พึงประสงค์ในหน้ากากกรองสารพิษ ใช้ฟอกอากาศในเครื่องปรับอากาศ ใช้ในไส้กรองอากาศเครื่องยนต์และท่อไอเสียได้ด้วย



