เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะเข้าศึกษาดูงานด้านบริหารจัดการขยะของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่สถานีขนถ่ายมูลฝอยย่อย เขตจตุจักร และโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม เขตหนองแขม โดยมี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร กทม. ให้การต้อนรับ

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เปิดเผยว่า กทม.ได้ดำเนินโครงการนำร่องก่อสร้างสถานีขนถ่ายมูลฝอยย่อย เขตจตุจักร ครอบคลุมพื้นที่บริการ 3 เขต ได้แก่ จตุจักร บางซื่อ และดินแดง โดยให้รถเก็บขนมูลฝอยส่งขยะมาถ่ายเทไว้ในจุดสถานีย่อย ซึ่งมีตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ 20 ตู้ แต่ละตู้สามารถบรรจุขยะมูลฝอยได้ถึง 16-20 ตัน โดยใช้รถบรรทุก 9 คัน ทยอยขนส่งไปยังโรงงานกำจัดขยะมูลฝอย ซึ่งสถานีย่อยสามารถขนถ่ายขยะได้ถึง 700 ตันต่อวัน และจะดำเนินการจัดตั้งสถานีย่อยในสี่มุมเมืองและในพื้นที่สำคัญต่อไป ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างสถานีขนถ่ายมูลฝอยย่อยดังกล่าวจะช่วยแก้ไขปัญหาขยะตกค้าง และประหยัดงบประมาณในการกำจัดได้ในระยะยาว

“นอกจากนี้ กทม.ยังได้ดำเนินโครงการโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม เป็นโรงงานแปรรูปมูลฝอยเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าแห่งแรกของ กทม.ที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถเผามูลฝอยได้ไม่น้อยกว่า 300-500 ตันต่อวัน และผลิตกระแสไฟฟ้าขั้นต่ำได้ไม่น้อยกว่า 5 เมกะวัตต์ มีระบบควบคุมการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมทั้งมลพิษทางอากาศ น้ำเสีย และขี้เถ้า ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานทั้งในระดับประเทศและระดับสากล โดยโรงงานมีการรายงานผลการตรวจวัดมลพิษทางอากาศ และออนไลน์ไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรมแบบเรียลไทม์ (Real Time)” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการลดขยะในระบบ กทม.ได้จัดทำร่างแผนบริหารจัดการขยะมูลฝอยของกรุงเทพฯ ปี 2558-2562 ตั้งเป้าว่าจะลดปริมาณขยะในกรุงเทพฯ ให้ได้ร้อยละ 7 ภายใน 5 ปี โดยจะเน้นให้ประชาชนคัดแยกขยะตั้งแต่ครัวเรือน

